
เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ มีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ฟ้าร้องฟ้าผ่า เกิดขึ้นในหลายอำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ ที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มีบ้านเรือน สถานศึกษา พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย
เช่นที่โรงเรียนบ้านหนองหมู หมู่ที่ 5 บ้านหนองหมู ตำบลหนองเลิง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอย่างรุนแรงในบริเวณโรงเรียนบ้านหนองหมู เป็นเหตุให้อาคารไม้หลังเก่าของโรงเรียนได้รับความเสียหาย แรงลมพัดเอาหลังคาอาคารที่มุงด้วยเหล็กอลูซิงค์ พัดลอยไปทั้งแผ่น ตกใส่อาคารเรียนอีกหลัง โชคดีที่ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน ไม่มีครู หรือนักเรียนอยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอุปกรณ์การเรียนการสอนของนักเรียน ป.1 และ ป.2 ที่เรียนอยู่ใต้อาคาร เปียกน้ำเสียหาย
ภายหลังเกิดเหตุ นายสุริยนต์ หงส์ทอง ผอ.โรงเรียน พร้อมคณะครูโรงเรียนบ้านหนองหมู และผู้นำชุมชน ได้เร่งสำรวจพื้นที่และตรวจสอบความเสียหายของอาคารสถานที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเก็บเศษวัสดุ อุปกรณ์ เศษไม้ชิ้นส่วนหลังคา ที่ได้รับความเสียหาย และช่วยกันนำอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ออกมามาจากห้องเ พื่อย้ายไปเรียนอาคารอื่นแทน
ล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสำรวจความเสียหาย พร้อมทั้งเก็บข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ในพื้นที่ตำบลหนองเลิง ยังมีต้นไม้หักทับเสาไฟฟ้า และมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ โดยอยู่ระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองเลิง เร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว
อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ยังต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝุ่นฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหน้าและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดนำท่วมฉับพลับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมน้ำท่วมได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
Advertisement