
จากกรณีที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน มีพฤติกรรมสวมสิทธิ์นักเรียนเพื่อกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แลกกับการมอบวุฒิการศึกษาระดับ ปวส. โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับทราบเรื่องและมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้วนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนสาย 212 (พังโคน–บึงกาฬ) ในพื้นที่ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ พบว่าบรรยากาศภายในวิทยาลัยยังคงมีนักศึกษาเดินทางมาเรียนตามปกติ
จากการพูดคุยกับ อดีตนักศึกษาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งจบการศึกษาระดับ ปวช. เมื่อปี 2559 เปิดเผยว่า ตนเองเข้าเรียนระดับ ปวช. เมื่อประมาณปี 2556 ช่วงที่เรียนสังเกตเห็นว่าบัตรประจำตัวนักศึกษาที่ได้รับ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชนไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ไม่ได้เอะใจ ต่อมาช่วงใกล้จบการศึกษา มีอาจารย์มาสอบถามว่าสนใจเรียนต่อ ปวส. หรือไม่ ตนจึงกรอกใบสมัครไว้ แต่สุดท้ายไม่ได้เข้าศึกษาต่อและออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ จึงจบการศึกษาเพียงระดับ ปวช. เท่านั้น
กระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เริ่มมีจดหมายทวงหนี้จาก กยศ. ส่งมาที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับหนังสือทวงหนี้เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 ระบุยอดหนี้จำนวน 63,252.77 บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกจากนี้ ยอดหนี้ดังกล่าวยังระบุว่าผู้เป็นพ่อเป็นผู้ค้ำประกัน ทั้งที่พ่อไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆ ทำให้ครอบครัวเกิดความเครียดและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะถูกยึดทรัพย์ตามที่เป็นข่าว
อดีตนักศึกษา กล่าวต่อว่า หลังจากเห็นข่าวและได้รับการติดต่อจากเพื่อนอดีตนักศึกษาในพื้นที่ อ.ศรีบุญเรือง ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน จึงได้รวมกลุ่มและประสานไปยังวิทยาลัย จากนั้นมีอาจารย์ติดต่อกลับมาเจรจา โดยรับปากว่าจะดำเนินการชำระปิดยอดหนี้ทั้งหมดให้ภายในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ส่วนเพื่อนอีกรายที่ประสบปัญหาเดียวกัน ทางวิทยาลัยได้ดำเนินการปิดยอดหนี้จำนวน 46,991 บาท ให้แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา
"ตอนนี้อยากให้เรื่องจบลงด้วยดี โดยให้ทางวิทยาลัยปิดยอดหนี้ให้เรียบร้อยตามที่ตกลงไว้ภายในวันที่ 30 ก.ย. นี้" อดีตนักศึกษากล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่าทางอาจารย์ได้ทยอยดำเนินการปิดหนี้ กยศ. ให้กับผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬแล้วอย่างน้อย 1 ราย ส่วนประเด็นเรื่องการสวมสิทธิ์กู้ยืมเงิน กยศ. ดังกล่าว จะเป็นการกระทำของตัวบุคคลหรือเป็นนโยบายของสถาบันการศึกษา ยังคงต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการจาก สอศ. ต่อไป
Advertisement