
วันที่ 1 ต.ค. 69 หลังจากที่ได้มีการพยากรณ์อากาศว่า จะมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ โดยลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนัก จากที่ฝนในช่วงที่ผ่านมาก็มีฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรบางส่วนแล้ว
สำหรับ จ.ลพบุรีนั้น เกษตรกรที่ทำนาตามแนวคลองชลประทานฝั่งซ้ายของคลองชลประทานสาย ชัยนาท – ป่าสัก พบว่ามีเกษตรกรที่ทำนาอยู่ในแนวดังกล่าวของเขตอำเภอบ้านหมี่นับไร่ และได้มีการเร่งเกี่ยวข้าวไปแล้วบางส่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมนาข้าวที่กำลังออกรวง ถ้าไม่เร่งเกี่ยวจะถูกน้ำท่วม
ขณะที่นาข้าวอีกไม่น้อยที่เริ่มออกรวงแล้วยังไม่แก่เต็มที่ ก็ต้องตัดสินใจเร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำ ซึ่งถ้ามีน้ำท่วมทางรถเกี่ยวข้าวก็ไม่สามารถลงไปเก็บเกี่ยวได้ทางเกษตรกรที่ทำนาต้องตัดสินใจเกี่ยวข้าวไม่ให้จมน้ำหรือเสียหาย รวมทั้งรถที่รับจ้างเกี่ยวข้าวก็มีราคาสูงก็จำเป็นที่จะต้องจ้างมาเกี่ยวเป็นการลงทุนที่สูงขึ้นก็ดีกว่าที่จะให้นาข้าวเสียหาย นอกจากนี้ยังพบว่ามีนาข้าวบางแปลงที่เกี่ยวไม่ทันก็ต้องปล่อยให้จมน้ำเสียหาย
ขณะที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหลายแห่งก็ได้ให้การช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการนำเครื่องสูบน้ำมาเร่งสูบน้ำ ซึ่งในช่วงนี้นอกจากจะเป็นน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วยังมีน้ำที่ไหลมาจากอำเภอที่สูงขึ้นไปอีก 4 อำเภอไหลมากองอยู่ตามแนวคลองสายชัยนาท - ป่าสัก จึงส่งผลให้เข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรที่มีข้าวกำลังตั้งท้องได้รับความเสียหายไปด้วย โดยการเร่งสูบน้ำลงในคลองชลประทานสายชัยนาท - ป่าสัก ที่มีน้ำเต็มคลองให้น้ำลดลงได้เร็วก่อนที่จะมีน้ำฝนตกลงมาเติมก็อาจจะลดความเสียหายของนาข้าวลงได้ พร้อมกันนี้ก็มีเกษตรกรที่นำเครื่องสูบน้ำมาเสริมทำให้ช่วยระบายน้ำที่ท่วมไหลลงในคลองชลประทานได้เร็วยิ่งขึ้น หากพายุฝนตกลงมาไม่มากและมีน้ำไหลลงมาเติมตามแนวคลองชลประทานน้อยลงก็เชื่อว่านาข้าวอาจจะได้รับความเสียหายไม่มากนัก
Advertisement