
น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุด กรุงเทพมหานคร ได้ประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ตำรวจ และกรมบัญชีกลางแล้ว ผู้ประสบภัยที่ถูกน้ำท่วม ไม่ต้องเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว กรุงเมพมหานครไม่ต้องใช้หลักฐานตรงนั้นแล้ว ดังนั้นกระบวนการขอเยียวยาช่วยเหลือสามารถทำได้เลย
สำหรับการขอเยียวยาช่วยเหลือ จะทำได้ 2 ระบบ คือ การแจ้งรับการเยียวยาที่สำนักงาน เพราะผู้ประสบภัยบางคน รู้อยู่แล้วว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง บางคนไปแจ้งที่สำนักงานเขตก็สามารถทำได้
ส่วนอีกระบบ คือการแจ้งรับการช่วยเหลือเยียวยาทางระบบออนไลน์ อยากจะขอให้ขอรับการช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ดีกว่า ทางกรุงเทพมหานคร จะเปิดจะเปิดระบบขอเยียวยาช่วยเหลือออนไลน์ในวันพรุ่งนี้ช่วงเย็น ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย สามาถส่งข้อมูลเข้าออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องส่วเอกสารอีกแล้ว รูปถ่ายเอกสารต่างๆส่งในระบบออนไลน์ได้เลย ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ต้องการสอบถาทข้อมูลเพิ่มเติม จะส่ง sms ไปหาผู้ประสบภัย เพื่อลดภาระผู้ประสบภัยให้ไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานเขต
ถ้ารอได้ กรุงเทพมหานคร อยากให้ขอให้รอลงทะเบียนช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ดีกว่า เพราะถ้าไปที่เขต บางเขตอาจมีน้ำท่วม การเดินทางไม่สะดวก แต่ถ้าไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ สามารถไปที่สำนักงานเขตได้เช่นกัน
รวมทั้งกระบวนการโอนเงิน กรุงเทพมหานครได้คุยกับกรมบัญชีกลางแล้ว จะให้โอนเงินผ่านระบบออนไลน์ด้วยเช่นกัน
ส่วนตัวเลขเงินช่วยเหลือจะมี 2 ตัวเลข แต่กรุงเทพมหานครจะขอพูดในส่วนของตัวเลข ที่เคยเบิกปกติที่เคยเป็น แต่จะมีการเลื่อนเพิ่มจำนวนเงินขึ้น เช่น ค่าช่วยเหลือวัสดุซ่อมแซมบ้าน จากเดิมถ้าบ้านเสียหายทั้งหลัง จะช่วยเหลือสูงสุด 49,500 บาท แต่ปัจจุบันจะช่วยเหลือ 88,600 บาท/ค่าที่พักชั่วคราว กรณีไม่ได้ไปอยู่ศูนย์พักพิง กรณีต้องไปเช่าที่พัก กรุงเทพมหานครจะช่วยเหลือครอบครัวละ 3,000 บาท/เดือน โดยจะช่วยเหลือไม่เกิน 2 เดือน ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจะมีทั้งเจ้าของบ้าน ส่วนผู้เช่าก็ต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้เช่า
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงิน เมื่อก่อนจะช่วยเหลือสูงสุด 11,900 แต่ปัจจุบันจะช่วยเหลือ 13,500 บาทต่อครอบครัว การเยียวยาการรักษาพยาบาล คนไข้ในและคนไข้นอก จ่ายตามจริงผู้ป่วยนอกไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ผู้ป่วยใน 4,000 บาทต่อราย ส่วนผู้ป่วยติดเตียงที่ย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนั้นยังมีเงินปลอบขวัญ 2,300 บาทต่อราย กรณีที่ผู้ประสบภัยบางคนได้รับบาดเจ็บ จะมีทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินปลอบขวัญ
ส่วนผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต จากเดิมจะได้รับการช่วยเหลือ 29,500 บาท แต่ปัจจุบันปรับเพิ่มเป็น 35,700 บาทต่อราย มีค่าดำรงชีพเบื้อต้นสำหรับผู้ประสบภัยที่มีความลำบาก บ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน จะได้รับค่าดำรงชีพอีก 1,900-3,800 บาทขึ้นอยู่กับว่าบ้านมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดนี้คือเงินที่จ่ายตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ตามกฎของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สำหรับการประเมินความเสียหายบ้านเรือนนั้น ตอนนี้หลายสำนักของกรุงเทพมหานคร กำลังทำเกณฑ์การประเมินอยู่ แต่จริงๆแล้ว กทม.เคยมีเกณฑ์นี้อยู่ ตั้งแต่ปี 2554 และปี 2565 แต่ตอนนี้จะทำให้เกณฑ์ง่ายและเกณฑ์ตรงกัน ปกติแล้วคนประเมินจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต แต่รอบนี้กรุงเทพมหานครจะพยายามทำให้เร็ว กำลังดูว่าจากระเบียบ สามารถให้หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช้สำนักงาน มาช่วยประเมินได้หรือไม่ เพื่อจะได้รีบออกไปประเมินให้เร็วที่สุด
สำหรับคนที่กังวลว่าพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่จะได้รับการเยียวยาหรือไม่ เพราะบางแห่งอาจไม่อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ได้รับการช่วยเหลือ ในเรื่องนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า ตอนประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย กทม. ประกาศทั้ง 50 เขต แต่ตอนประกาศเกณฑ์ช่วยเหลือประกาศไป 38 เขต กับ 118 แขวง เป็นการประกาศครอบคลุมและเผื่อพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดไว้แล้ว ตอนลงไปสำรวจมีพื้นที่ไหนยังไม่ได้อยู่ในประกาศพื้นที่ช่วยเหลือ กทม.สามารถประกาศเพิ่มได้
สำหรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าบ้านจะเป็นผู้ได้รับ ส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่ค่าซ่อมแซ่ม ผู้เช่าสามารถขอรับการเยียวยาได้ทั้งหมด กรณีที่บ้านไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน หรือโฉนดที่ดิน กทม.จะหารือกับ ปภ.ในบ่ายวันนี้ ช่วงเย็นนี้น่าจะได้ข้อสรุปว่าจะได้รับการเยียวยาหรือไม่
Advertisement