
วันที่ 28 ก.ย.69 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าสอบถาม พ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมขังและการจราจรในพื้นที่ว่า ขณะนี้ระดับน้ำหลายจุดเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 ไปจนถึงสะพานข้ามคลองประปา ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ยังคงมีน้ำท่วมขังประมาณ 15–20 เซนติเมตร
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรถขนาดเล็กสามารถผ่านได้โดยมีการเปิดการจราจรได้แล้ว 2 ช่องทาง ทั้งฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าหลักสี่ และฝั่งขาออกจากหลักสี่มุ่งหน้าห้าแยกปากเกร็ด ขณะที่บริเวณทางลงทางด่วนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาออก ช่วงหน้าไทวัสดุ ระดับน้ำลดลงจนแห้งสนิท สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติทั้ง 2 ช่องทาง
ส่วนถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี ตั้งแต่ถนนแจ้งวัฒนะถึงแยกกรมที่ดิน ขณะนี้น้ำแห้งและกลับมาสัญจรได้สะดวกแล้ว แต่บริเวณถนนบอนด์สตรีท ฝั่งจากถนนติวานนท์ไปจนถึงธนาคารกรุงไทย สาขาบอนด์สตรีท ยังคงมีน้ำท่วมขังประมาณ 20–50 เซนติเมตร โดยจุดที่มีน้ำสูงสุดประมาณ 50 เซนติเมตร อยู่บริเวณแยกเขาสวนกลาง ทำให้รถขนาดเล็กยังสัญจรได้ลำบาก เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนใช้รถกระบะยกสูงในการเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว
ด้าน สภ.ปากเกร็ด ยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรตามเส้นทางต่าง ๆ พร้อมจัด “ชุดเคลื่อนที่เร็ว” จำนวน 2 ชุด ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.สภ.ปากเกร็ด) นำโดย ประธาน กต.ตร.สภ.ปากเกร็ด นำรถกระบะยกสูงและรถโฟร์วีลลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ได้จัดรถกระบะรับ-ส่งประชาชนที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำในเส้นทางที่รถส่วนตัวไม่สามารถผ่านได้ รวมทั้งช่วยเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ที่เครื่องยนต์ดับจากคลื่นน้ำซัดไปยังพื้นที่แห้ง เช่น บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และจุดเลี่ยงเมือง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือรถจักรยานยนต์ได้มากกว่า 40 คัน
นอกจากนี้ยังประสานรถสไลด์เข้าช่วยเหลือรถยนต์หรูและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ระบบล้อล็อกหลังเครื่องยนต์ดับหรือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ออกจากพื้นที่แล้วกว่า 20 คัน ขณะเดียวกันยังเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ตกค้างอยู่บนสะพานอีกประมาณ 2–3 คัน เข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดผลกระทบต่อการจราจร
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ระดับน้ำในพื้นที่จะลดลงและมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในคืนนี้ พร้อมยืนยันว่าจะยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่และชุดเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
Advertisement