
ความคืบหน้ากรณีวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังอดีตเจ้าอาวาสถูกเจ้าหน้าที่กองปราบปรามควบคุมตัวไปดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการยักยอกเงินวัด และมีหญิงสาวเข้าไปอยู่ภายในกุฏิ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเรื่องการเงินของวัดอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดบริเวณวัดพุทไธศวรรย์ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหน้าเมรุเผาศพ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการกั้นพื้นที่ด้วยสังกะสีขนาดใหญ่ ขณะนี้ทางวัดได้ว่าจ้างผู้รับเหมาดำเนินการรื้อถอนออกจนหมด ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวโล่งและสะอาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารและนักศึกษาวิชาทหาร เข้ามาช่วยกันยกสิ่งของและทำความสะอาดภายในศาลาเผาศพ เนื่องจากภายในมีสิ่งของประเภทไม้ เตียง โต๊ะ และสิ่งของจำนวนมากถูกนำมาเก็บไว้เป็นเวลานาน ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้พื้นที่ศาลาและเมรุในการประกอบพิธีฌาปนกิจได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ อดีตเจ้าอาวาสองค์เก่า หรือ สมีโชติ ได้นำสิ่งของจำนวนมากมาเก็บไว้ภายในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ชาวบ้านที่ต้องการจัดพิธีฌาปนกิจต้องนำศพไปประกอบพิธีที่วัดหรือสถานที่อื่นเป็นเวลานาน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์และอดีตเจ้าอาวาสถูกเจ้าหน้าที่กองปราบปรามจับกุม ทางวัดจึงเริ่มดำเนินการจัดเก็บสิ่งของ ทำความสะอาด และบูรณะพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ด้าน พระพิพัฒน์ศาสนกิจวิธาน รักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ศาลาและเมรุเผาศพในการประกอบพิธีต่าง ๆ ได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ทางวัดได้นำรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสำเภาล่มเข้ามาฉีดล้างทำความสะอาดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกภายในศาลา รวมถึงบริเวณโดยรอบเมรุเผาศพ โดยมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้ามาร่วมกันปัดกวาดและฉีดน้ำล้างทำความสะอาด เพื่อปรับปรุงพื้นที่ในเบื้องต้น
หลังจากนี้ทางวัดและกลุ่มลูกศิษย์ รวมถึงชาวบ้าน จะร่วมกันจัดกิจกรรม Big Cleaning ทำความสะอาดพื้นที่ภายในวัดครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้วัดกลับมามีความสะอาดและพร้อมรองรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาทำบุญและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
สำหรับพระประธานและ หลวงปู่หวล ที่อยู่ภายในโบสถ์ ขณะนี้ประชาชนที่เคารพศรัทธาสามารถเดินทางเข้ามากราบไหว้ได้ตามปกติ และในวันอาทิตย์จะมีประชาชนและชาวบ้านเดินทางมาร่วมสวดมนต์ให้กับหลวงปู่หวลในช่วงบ่ายอีกด้วย
ส่วนกุฏิเก่าของอดีตเจ้าอาวาสที่ถูกเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเข้าตรวจสอบและนำตัวไปนั้น บริเวณด้านหลังขณะนี้มีการรื้อถอนออกไปแล้วบางส่วน หลังพบว่ามีสิ่งก่อสร้างและการต่อเติมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โบราณสถาน โดยมีการรุกล้ำและต่อเติมออกไปเป็นจำนวนมาก
เบื้องต้น กรมศิลปากร ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพที่เหมาะสมตามหลักการดูแลรักษาโบราณสถาน ขณะที่ทางวัดยังคงเดินหน้าทำความสะอาดและปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ประโยชน์และประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ
Advertisement