
นักแสดงหนุ่มชื่อดัง “แทค ภรัณยู” ออกมาเปิดใจแบบตรง ๆ ถึงประเด็นร้อนเกี่ยวกับอดีตพระชื่อดังและวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยอมรับว่าตนเองรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลภายในวัดมานานแล้ว ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
“แทค ภรัณยู” เผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจไม่กลับไปเหยียบวัดแห่งนั้นอีกเลย คือหลังจากที่ "หลวงปู่หวล" มรณภาพ เนื่องจากเห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่เหมาะสม ทั้งการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในวัด เส้นทางการเงินที่มีความผิดปกติและแปลกประหลาดในช่วงที่หลวงปู่ป่วย รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มลูกศิษย์และริ่วล้อที่วางอำนาจ คุมเชิง และเคยปล่อยสุนัขดุไล่ผู้คนที่เดินทางมาทำบุญ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องระแคะระคายเกี่ยวกับเรื่องสีกาและรถตู้ที่เข้าออกวัดช่วงกลางคืน ซึ่งในเวลานั้นหากพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ จึงเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้ขึ้นไปสูง ๆ ก่อน เพราะเวลาตกลงมามันจะได้เจ็บ
สำหรับประเด็นวัตถุมงคลที่เคยจัดสร้างขึ้นนั้น “แทค ภรัณยู” พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ให้ "ตีเก๊" ไปได้เลย เพราะมีการนำมาจำหน่ายในราคาแพง ทั้งที่โดยปกติวัตถุมงคลควรเน้นการแจกทาน และที่สำคัญ เงิน รายได้จากการจำหน่ายกลับไม่เคยถูกนำมาบำรุงบูรณะวัดอย่างจริงจัง จนปล่อยให้อาคารบางหลังกลายเป็นเพียงห้องเก็บของ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า “วัดไม่ได้ผิด แต่คนในวัดต่างหากที่ผิด ไม่อยากให้ทุกคนหมดศรัทธากับพระพุทธศาสนา”
พร้อมกันนี้ “แทค ภรัณยู” ได้แนะนำประชาชนว่าหากต้องการทำบุญแล้วสบายใจ ควรนำเงินไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลศิริราช หรือโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสตามวัดในต่างจังหวัด เช่น วัดดอนจั่น จังหวัดเชียงใหม่ หรือบริจาคช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งจะได้ประโยชน์แก่มนุษย์และสัตว์อย่างแท้จริง ทั้งยังเชื่อว่ายังมีกรณีลักษณะนี้อยู่อีกหลายแห่ง และกำลังรอเวลาให้ผู้ใหญ่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมแล้วค่อยตาม
ส่วนกรณีกระแสโซเชียลที่จับผิดว่า ใครที่ถ่ายรูปคู่กับตนมักกลายเป็นข่าวใหญ่หรือมีเรื่องราวตามมานั้น “แทค ภรัณยู” ชี้แจงว่า เป็นเพียงเรื่องของจังหวะและวาสนาเท่านั้น เนื่องจากตนทำงานอยู่ในวงการบันเทิงมานาน จึงมีโอกาสถ่ายรูปกับผู้คนมากมาย พอคนเหล่านั้นมีข่าวขึ้นมา สังคมจึงนำรูปคู่ในอดีตมาเชื่อมโยงกันไปเอง ยืนยันว่าเพื่อนดาราหรือบุคคลสาธารณะไม่ต้องกังวล สามารถเข้ามาถ่ายรูปคู่และมาร่วมรายการได้ตามปกติ
Advertisement