
(17 ก.ย. 2569) กรมชลประทาน ได้โพสต์ชี้แจง กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่าน Facebook Page ดัง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ระบุว่า "ด่วนที่สุดโคราชฯ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์แล้ว เตือนท้ายน้ำอำเภอโนนไทยเฝ้าระวัง" พร้อมระบุว่า มีนาข้าวหลายพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมวลน้ำจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง
กรมชลประทาน ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์น้ำประจำวันที่ 16 กันยายน 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำทับรั้ง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำเก็บกัก 4.17 ล้าน ลบ.ม. (101 ของความจุ) ขณะที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำเก็บกัก 9.52 ล้าน ลบ.ม. (113% ของความจุ)
สาเหตุเนื่องจากเกิดฝนตกหนักบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำลำเชียงไกร ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำ ตรวจวัดปริมาณฝนได้สูงถึง 133 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำหลากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน ก่อนระบายลงสู่ลำน้ำลำเชียงไกร กรมชลประทาน ได้ควบคุมการระบายให้อยู่ในระดับที่ไม่เกินขีดความสามารถของลำน้ำ ทั้งนี้ มวลน้ำดังกล่าวจะไหลไปรวมกันที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ในลำดับต่อไป
สำหรับอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง มีความจุระดับเก็บกัก 27.70 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 7.47 ล้าน ลบ.ม. (27% ของความจุ) จึงยังมีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำได้อีกประมาณ 20.23 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับมวลน้ำที่จะไหลลงมาได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพตัวเขื่อนและอาคารประกอบของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ ตัวเขื่อนยังคงมีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมกันนี้ ยังได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ รวมถึงบริหารน้ำให้เป็นปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง ปี 2569/70 ของประชาชนในพื้นที่ อ.โนนไทย
นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายน้ำให้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียงไกร โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
Advertisement