
เมื่อวันที่ (14 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าว รายงานถึงความคืบหน้า กรณีคลิปเสียงผู้ใหญ่บ้านพูดถึงการเรียกเก็บเงิน 500 บาท พร้อมผ้าไหม 1 ผืน อ้างเป็นค่าดำเนินการเกี่ยวกับการทำบัตรผู้พิการ ล่าสุดวันนี้ (14 กันยายน 2569) โรงพยาบาลสุรินทร์มีการเรียกประชุม พร้อมเชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟัง การหารือถึงประเด็นดังกล่าว ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์และฝ่ายปกครองยืนยันเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด
นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ได้หารือถึงกรณีดังกล่าว พร้อมชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์หรือแพทย์ที่ถูกกล่าวอ้างในคลิป ตลอดจนพยานบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินจำนวน 500 บาท พร้อมผ้าไหม 1 ผืน
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์โดยมิชอบจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด พร้อมมอบหมายให้ทีมเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขเร่งตรวจสอบและดำเนินการหาข้อเท็จจริงโดยทันที
ด้านนายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้มีความชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยจะรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินการเรื่องบัตรผู้พิการ รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคลากรของโรงพยาบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ หากพบว่าบุคลากรของโรงพยาบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือเรียกรับเงิน จะไม่ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวผ่านไป พร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ยังได้แจ้งต่อทีมข่าวว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม สามารถส่งให้ทางโรงพยาบาลตรวจสอบได้ทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกัน ทางด้านนายอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีผู้ใหญ่บ้านที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวแล้ว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากผลการสอบสวนพบการกระทำผิดอย่างชัดเจน จะดำเนินการทางวินัยและตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทันที
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการกระทำผิดหรือมีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินตามที่ปรากฏในคลิปหรือไม่ โดยจะต้องรอผลการสอบสวนและพยานหลักฐานอย่างเป็นทางการต่อไป
Advertisement