
วันที่ 14 กันยายน 2569 ทีมข่าวลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาวเป็นแหล่งน้ำต้นทุน หลังผลตรวจสอบยืนยันชัดว่าปลาหมอคางดำได้แพร่ระบาดเข้าสู่เขื่อนแห่งนี้แล้ว ท่ามกลางความกังวลว่าไข่และตัวอ่อนของมันอาจปะปนมากับน้ำชลประทานที่ไหลลงสู่พื้นที่เลี้ยงกุ้งแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน
นายสุริยา ภูนาสอน วัย 40 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด เผยความรู้สึกแปลกใจปนสงสัยว่าปลาชนิดนี้เล็ดลอดเข้าไปในเขื่อนได้อย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่ถึงกับตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมากลุ่มผู้เลี้ยงมีระบบป้องกันที่รัดกุมอยู่แล้ว ด้วยการใช้ผ้ามุ้งเขียวชนิดถี่ทำเป็นถุงครอบท่อระบายน้ำเข้า-ออก และในบ่ออนุบาลจะใช้ผ้าขาวที่มีความถี่สูงกว่าอีกชั้น เพื่อสกัดไข่ปลาทุกชนิดไม่ให้หลุดรอดเข้าบ่อ ที่ผ่านมาจึงไม่เคยพบปลาหมอคางดำแม้แต่ตัวเดียวในบ่อกุ้ง
ด้านนายมงคล โคตะ ชาวนากุ้งจากบ้านโพธิ์ชัย ต.บัวบาน ยอมรับว่าตกใจไม่น้อยเมื่อทราบข่าว เพราะบ่อเลี้ยงของตนอยู่ติดคลองชลประทานซึ่งถือเป็นจุดต้นน้ำของโซนผู้เลี้ยงกุ้ง แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมเดินหน้าอนุบาลลูกกุ้งรุ่นใหม่ที่จะปล่อยลงบ่อในวันที่ 18 กันยายนนี้ เพื่อป้อนตลาดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570
กลยุทธ์รับมือของเขาคือการโรย "ปูนขาว" ซึ่งมีคุณสมบัติร้อนจัดเมื่อสัมผัสความชื้นและน้ำ ช่วยทำลายเชื้อโรคและไข่สัตว์น้ำที่ฝังตัวอยู่ในบ่อ ควบคู่กับการใช้ผ้าขาวและผ้ามุ้งเขียวถี่ปิดปากท่อน้ำเข้า สกัดไข่ปลาหมอคางดำไม่ให้แทรกซึมเข้าสู่บ่ออนุบาลได้อีกทางหนึ่ง
จึงถือเป็นเดิมพันที่สูงในอุตสาหกรรมกุ้งกาฬสินธุ์ที่มีมูลค่าหลักพันล้าน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตรวจสองภาคการประมงของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะกุ้งก้ามกรามที่มีพื้นที่เลี้ยงกว่า 7,600 ไร่ ผลผลิต 2,800 ตันต่อปี สร้างมูลค่าสูงถึง 703 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับปลานิลในกระชังกว่า 11,930 กระชัง มูลค่ากว่า 1,288 ล้านบาท และสัตว์น้ำเศรษฐกิจอื่นๆ อีกจำนวนมาก
หากปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์เข้าสู่ระบบนิเวศเขื่อนลำปาวได้สำเร็จ ผลกระทบที่จะตามมาอาจไม่ใช่แค่ระดับท้องถิ่น แต่อาจสั่นคลอนเศรษฐกิจการประมงทั้งภูมิภาค
ขณะนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ปฏิบัติการตรวจตราและกำจัดปลาหมอคางดำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะสามารถสกัดกั้น ได้ทันท่วงทีหรือไม่ ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนสายเกินแก้ ระหว่างนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม GI เมืองกาฬสินธุ์ ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพราะบทเรียนจากพื้นที่ภาคกลางที่ปลาหมอคางดำเคยสร้างความเสียหายมาแล้ว คือสิ่งเตือนใจว่า "ความประมาท" คือศัตรูตัวฉกาจไม่แพ้ปลาตัวนี้เลย
Advertisement