
โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ช่วงเมื่อคืนวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า มี รอง ผกก.สส.สภ.คลองแงะ จังหวัดสงขลาไปร่วมงานคอนเสิร์ตการกุศล พุ่งหลาวเฟสคลองแงะ ครั้งที่ 1 ณ ศาลเจ้าแป๊ะกง บ้านคลองแงะ ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งมีนักร้องชื่อดังเดินทางไปร่วมแสดงคอนเสิร์ตอาทิ "เสก โลโซ" แต่ปรากฏว่า ระหว่างที่คอนเสิร์ตกำลังทำการแสดง รอง ผกก.สส.สภ.คลองแงะ มีอาการเมาสุราเอะอะโวยวายและด่าทอผู้จัดงานคอนเสิร์ต เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่มีการจัดบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตฟรีเพิ่มเติมให้กับกลุ่มของตัวเอง ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องเข้าห้ามปรามให้อยู่ในความสงบ
แต่ตำรวจนายนี้อยู่ในอาการเมาสุรา และได้พยายามบุกเข้าไปภายในงานคอนเสิร์ต ก่อนเอะอะโวยวาย และนอกจากเรื่องบัตรฟรีแล้วก็ยังโวยวาย กรณีที่ไม่มีการจัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงานคอนเสิร์ตให้เพียงพอ จากนั้นสตาร์ฟ และ นักท่องเที่ยวที่มาดูคอนเสิร์ตได้พาตัวนายตำรวจนายนี้ออกมาจากงาน เพื่อสงบสติอารม แต่ตำรวจนายนี้ก็ยังไม่หยุดโวยวายชี้หน้าด่ากราดไม่ยั้ง
ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 69 นายลิขิต คชาบาล หรือ บังขิต อายุ 61 ปี ผู้จัดงาน และเป็นประธานคลองแงะมอเตอร์คลับ เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ก่อนการจัดงาน ตนได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ สภ.คลองแงะ ซึ่ง ผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ ได้จัดกำลังตำรวจมาดูแลความสงบเรียบร้อยตามปกติ ตนก็ได้มอบบัตรวีไอพี 12 ใบ แบ่งเป็นให้ งานป้องกันปราบปราม 5 ใบ และงานสืบสวน 5 ใบ และตนยังให้เพิ่มอีกรวม 15 ใบ กระทั่งรองผู้กำกับสืบสวนคนนี้ มาถึงหน้างานก็ขอเพิ่มอีก 5 ใบ เพื่อให้ทีมงานเข้างาน ซึ่งตนก็ให้และได้นำเข้าไปนั่งโต๊ะจุดที่จัดไว้ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้
จากนั้นเมื่อดื่มกินจนเครื่องดื่มหมด ก็ยังมาขอเพิ่ม ซึ่งตนได้บอกว่า เครื่องดื่มไม่เพียงพอ และกำลังจัดหาเพิ่มเติม เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก จึงไม่เพียงพอ ขณะนั้นก็ก็ให้โซดา 2 แพ็ก เพื่อให้ดื่มไปพลางๆ ขณะเดียวกันทีมงานของ รองผู้กำกับการสืบสวนคนนี้ ก็นำเครื่องดื่มเข้าไป 7 ขวด แล้วไม่นาน ทีมงานเขาก็ออกมารับเข้าไปในงานเพิ่มเติม
ซึ่งคนที่เฝ้าหน้าประตูไม่ให้เข้า จนมีปัญหากัน ก่อนที่รองผู้กำกับการสืบสวน จะผลักหน้าอกแฟนของตน ก่อนจะโทรศัพท์ตามตนให้และผู้จัดงาน รวมทั้งทีมงานโปรดักชั่น ก็พากันออกมาที่หน้าประตูเข้างาน พร้อมกับผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ ก็ออกมาพูดคุยเจรจา แต่ปรากฎว่า รองผู้กำกับการสืบสวนคนนี้ไม่ยอม จะนำทีมงานเข้าไปเพิ่ม ทำให้ตนตัดปัญหา อนุญาตให้เข้าไปในงานเพิ่มเติม แต่ก็ได้บอกว่า จะไม่ให้ขอเครื่องดื่ม และอาหารเพิ่ม เพราะตนให้ไปเต็มที่แล้ว
ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะงานคลองแงะไบค์วีค ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7-8 ก.พ. 68 รองผู้กำกับการสืบสวน คนนี้ได้ทะเลาะกับทีมงานของผู้จัดงาน และ งานคลองแงะไบค์วีค ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5–6 ก.พ. 69 ก็ไปแย่งไมค์โครโฟนจากพิธีกร เพราะไม่พอใจที่ไม่พูดชื่อตัวเอง และตนก็พูดขอบคุณในภาพรวมแล้วถึง สภ.คลองแงะไปแล้ว หากจะให้พูดถึงทุกคนก็เป็นไปไม่ได้ และครั้งนั้นทีมงานผู้จัดก็จัดเครื่องดื่มให้เพิ่มเติม เหตุการณ์จึงยุติ แต่ปรากฎว่า หลังจบงาน รองผู้กำกับการสืบสวนคนนี้ได้พลิกโต๊ะคว่ำ เพราะไม่พอใจ จากนั้นคืนที่ 2 ผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ สั่งไม่ให้รองผู้กำกับการสืบสวนเข้าไปในงาน เจ้าตัวก็ไม่ไป ส่วนเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ก็มีการพูดคุยเคลียร์กันแล้ว รองผู้กำกับการสืบสวน ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
ส่วนกรณีที่ชี้หน้ากันนั้น รองผู้กำกับการสืบสวนต้องการให้ตนขอโทษผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ ซึ่งผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ ก็ถามว่า ตนผิดอะไร ที่ต้องให้ขอโทษ
สำหรับรองผู้กำกับการสืบสวนคนนี้กับตน ก็ยอมรับว่ามีความสนิทกันมาก หากไม่ได้ดื่มเครื่องดื่ม ก็จะคุยกันปกติ ก่อนวันจัดงานก็ยังมายืนคุยกับตน และยืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นแล้ว และเช้าวันนี้ก็โทรศัพท์มาหาตน หลังจากเห็นสื่อมวลชนและโซเชียล โพสต์คลิปเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ พร้อมกับถามว่า ตัวเองผิดอะไร และได้บอกกับตนว่า ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองแงะ ให้ดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าว ที่เสนอข่าวดังกล่าวในเพจเฟซบุ๊ก
ซึ่งตนจัดงานเมื่อคืนนี้เป็นครั้งที่ 4 มีกลุ่มวัยรุ่นเข้าชมคอนเสิร์ตแต่ละครั้งจำนวนมาก และไม่เคยเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใดๆ เพราะตนได้บอกแล้วว่า หากกระทบกระทั่งกันให้ขอโทษกัน แล้วจะจัดงานให้สนุกอีก และแม้แต่เด็กอายุ 12 ขวบ ก็ยังซื้อบัตรเข้างาน และการจัดงานคลองแงะไบค์วีค ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29-30 ม.ค. 70 หากยังเกิดเหตุลักษณะนี้อีก ก็จะเลิกจัดงานแล้ว เพราะผู้จัดงานรับไม่ได้ที่ตำรวจเพียงคนเดียว มีพฤติกรรมแบบนี้เหมือนกันทุกครั้ง
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า การประพฤติตัวต่อประชาชน ไม่ควรทำแบบนี้ เพราะเสียภาพพจน์ของตำรวจดีๆ ใน สภ.คลองแงะ อีกหลายคน และทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก ทั้งที่ในงานแบบนี้ควรจะดูแลให้งานปลอดภัย หรือ อ่อนน้อมถ่อตน ไม่ใช่ทำตัวกร่างแบบนี้ ต่อไปอยากให้เจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัยประชาชน ไม่ใช่ทำตัวแบบนี้ ประชาชนจะถึ่งใคร หากตำรวจทำตัวแบบนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม รอง ผกก.สส.สภ.คลองแงะ เพื่อขอสัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลยืนยันว่า ตนไม่ได้กระทำความผิด และไม่ได้เมาตามที่มีคลิปภาพแชร์ในโซเชียล ซึ่งตนกับเจ้าของงานสนิทสนมกัน และเหตุใดสื่อไม่นำเสนอภาพที่ตนกอดคอกับบังขิตบ้าง และช่วงนั้นผู้บังคับบัญชาก็ยืนอยู่ด้วย
ในช่วงเกิดเหตุ ช่วงนั้นตนเพียงแค่พูดเสียงดังเนื่องจากเสียงบรรยากาศในงานดังมาก และต้องการพูดคุยทักทายกับคนรู้จักว่า "คนบ้านเดียวกัน" ส่วนกระแสข่าวที่ว่าตนมีอาการเมาสุราโวยวายนั้น ไม่เป็นความจริง ตนเดินทางไปร่วมงานตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. มีการดื่มเครื่องดื่มจริง แต่ไม่ได้เมาขาดสติหรือเมามาก ส่วนกรณีที่บอกว่า ตนขอบัตรเข้างานเพิ่มหรือขอเครื่องดื่มเพิ่มนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกันและไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้นอย่างแน่นอน
ตนทำหน้าที่และทำงานตามปกติ จึงไม่อยากให้ข่าวนำเสนอไปเรื่อยเกินจริง พร้อมย้ำชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิดจากการเผยแพร่ภาพและวิดีโอเพียงบางส่วนเท่านั้น
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภว.สงขลา ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งพลตำรวจตรีธีรศักดิ์ ตอบสั้นๆ ว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน ก่อนจะวางสายโทรศัพท์ไป
สำหรับงานคอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นงานกุศล หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะมีการ นำรายได้ไปซื้อเจตสกี เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เช่นเดียวกับงาน คลองแงะไบค์วีค 3 ครั้งที่ผ่านมา ก็จัดซื้อเรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือชาวบ้านรวมทั้งซื้อวีลแชร์ 40 คัน และเตียงผู้ป่วย 5 หลัง ให้กับท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย
ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 69 เฟซบุ๊กเพจ “ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา”ได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่า ตำรวจนายดังกล่าวเป็นตำรวจ สังกัด สภ.คลองแงะ และวันนี้ ผู้กำกับการ สภ.คลองแงะ ได้มีคำสั่งที่ 223/2569 ลง 13 กันยายน 2569 แต่งตั้งผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยยืนยันจะตรวจสอบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และรวมรวมข้อมูลเสนอต่อผู้บังคัญชา เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
Advertisement