Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ปานเทพ" ยื่นหลักฐานเพิ่มในชั้นอุทธรณ์คดีแตงโม ลั่นคดียังไม่จบ

"ปานเทพ" ยื่นหลักฐานเพิ่มในชั้นอุทธรณ์คดีแตงโม ลั่นคดียังไม่จบ

11 ก.ย. 69
20:44 น.
แชร์

"ปานเทพ" ยื่นหลักฐานเพิ่มในชั้นอุทธรณ์คดีแตงโม ลั่นยังไม่จบ อ้างพบการสร้าง-บิดเบือนพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่าย GPS และหลักฐานบนเรือ พร้อมขอศาลไต่สวนใหม่

(11 ก.ย. 2569) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในเวลา 10.00 น. โดย นายปานเทพ เปิดเผยว่า วันนี้ตนในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคุณแม่ของแตงโม ได้มายื่นเอกสารเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ของคดีหลัก กรณีคนที่นั่งอยู่บนเรือรวม 4 คน ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าคดีจบไปแล้ว เหตุใดจึงยังมีการพูดถึงการค้นหาหลักฐานหรือรื้อคดี แต่ยืนยันว่าคดียังไม่จบ แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง แต่ฝ่ายที่ได้รับมอบอำนาจจากคุณแม่ได้ยื่นอุทธรณ์ทันเวลาหลังจากมีการเลื่อนตามระยะเวลาที่กำหนด โดยคดีหลักซึ่งแยกเป็น 2 คดี เฉพาะกรณีคนบนเรือ ได้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 หลังจากยื่นอุทธรณ์แล้ว ปรากฏว่าอัยการก็น่าจะยื่นด้วย และฝ่ายจำเลยได้ยื่นแก้อุทธรณ์แล้ว โดยจำเลยที่ 1, 2 และ 3 ได้ยื่นแก้อุทธรณ์เรียบร้อยแล้ว

นายปานเทพกล่าวว่า เมื่อเทียบกับวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาจำกัดในการยื่นอุทธรณ์ หลังจากได้เห็นเอกสารทั้งหมด ฝ่ายตนทำงานอย่างหนัก แต่ขณะนี้เวลาผ่านมาประมาณ 6-7 เดือน ทำให้มีเวลาค้นพบความจริงเพิ่มเติม โดยพบว่ามีขบวนการที่ทำให้เกิดการจงใจหรือเจตนาสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ หรือพูดง่ายๆ คือเป็นการสร้างข้อเท็จจริงใหม่ โดยอาศัยหลักฐานที่เป็นเท็จ ซึ่งการเป็นเท็จดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา

สำหรับหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม นายปานเทพ กล่าวว่า จริงๆ แล้วมีหลักฐานหลายชิ้นที่ยื่นไปก่อนหน้านี้และพิสูจน์ไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงใหม่ที่พิสูจน์ได้ภายหลังมีอย่างน้อย 3 เรื่องสำคัญ

ประเด็นแรก คือกรณีเรือของคุณขวัญ อุษามณี ถูกแอบอ้างว่าเป็นเรือของแตงโมและกระติก รวมถึงประเด็นที่ระบุว่าคุณกระติกอยู่บนหัวเรือและคุณแตงโมเป็นผู้ถ่ายภาพให้

ประเด็นที่สอง คือภาพจำนวน 4 ภาพ ซึ่งมีการตัดต่อ โดยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ฝ่ายตนได้ยื่นประเด็นนี้ไปแล้ว เพียงแต่ในเวลานั้นยังไม่พบว่ามีการตัดต่อ แก้ไข และถมดำอย่างไร แม้จะทราบว่ามีการแก้ไข แต่ยังไม่ทราบวิธีการ จนเมื่อเวลาผ่านไปจึงค้นพบว่าเป็นการโยนข้อมูลจากบุคคลภายนอกเข้ามาในเครื่องของกระติก

ประเด็นที่สาม คือการแก้ไข GPS ของตำรวจ โดยมีการแก้ไขเวลาใต้สะพานซังฮี้ จากเวลา 22.11 น. เป็น 22.18 น. เพื่อให้อยู่ภายหลังภาพที่มีการแก้ไขเวลาของกระติก จากเวลา 21.57 น. เป็นเวลา 22.13 น. เพื่อทำให้เชื่อว่าแตงโมอยู่บนเรือทั้งขาไปสะพานพระราม 8 และขากลับจากสะพานพระราม 8

อีกประเด็นที่ยื่นไป คือคำพิพากษาก่อนหน้านี้ที่ได้พิสูจน์ในชั้นศาลเรื่องการนับคนบนเรือ โดยใช้ภาพจากกล้องบริเวณท่าพูนพิพัฒน์ ซึ่งตำรวจเคยแถลงข่าวว่าสามารถนับคนบนเรือได้ 6 คน แต่ขณะนี้ฝ่ายตนนับได้ 5 คน จากการดูแสงและเงาอย่างละเอียด ที่สำคัญ ตำรวจที่ให้การในชั้นศาลในคดีที่ฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ให้การว่าตำรวจที่ดูกล้องวงจรปิดไม่พบว่าใครตกน้ำในเวลาใด

นายปานเทพ กล่าวว่า จึงเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงจากหลักฐานที่ปรากฏ เพื่อหักล้างหลักฐานที่เป็นเท็จในครั้งนี้ และเมื่อพิสูจน์แล้วจึงรวบรวมมายื่นเพิ่มเติม ประกอบจากการยื่นอุทธรณ์ เพื่อชี้ว่ามีการใช้หลักฐานเท็จเพื่อสร้างข้อเท็จจริงใหม่ว่าแตงโมอยู่บนเรือตลอดเวลา แล้วตกน้ำบริเวณท้ายเรือ

ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดนนทบุรี พิพากษาว่าแตงโมสมัครใจไปปัสสาวะท้ายเรือเอง และยกฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คนว่าไม่ได้เป็นเหตุประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงที่ถูกสร้างขึ้นถูกหักล้างในวันนี้ จากสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่ามีการนำหลักฐานเท็จเข้าสู่สำนวน ฝ่ายตนจึงมายื่นในครั้งนี้เพื่อขอให้ศาลทำการไต่สวนใหม่

หากเกิดกรณีมีเหตุอันสงสัย ศาลอุทธรณ์สามารถใช้อำนาจในการสอบข้อเท็จจริงใหม่ได้ หรือให้ศาลองค์คณะเดิมทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือมีศาลบุคคลอื่นเข้ามาร่วมใหม่ก็ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงอันเนื่องมาจากพยานหลักฐานที่แท้จริงถูกบิดเบือน และเกิดพยานหลักฐานที่ทำให้ปรากฏข้อเท็จจริงใหม่

ดังนั้น กระบวนการนี้จะนำไปสู่การพิสูจน์ว่ามีการสร้างข้อเท็จจริงใหม่ก่อนหน้านี้ โดยอาศัยหลักฐานที่เป็นเท็จหรือไม่ และย้ำว่าไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรื้อคดี แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการใช้สิทธิอุทธรณ์ เพื่อขอให้ศาลไต่สวนข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนไปในศาลชั้นต้น

อีกประเด็นคือ นพ.ธวัชชัย และแพทย์ท่านอื่นๆ ที่พิสูจน์ว่าบาดแผลทั้งหมดไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และข้อสำคัญคือแพทย์นิติเวชในคดีนี้ เมื่อขึ้นเบิกความในชั้นศาลในคดีอื่น ไม่ได้ระบุว่าแผลดังกล่าวเกิดจากใบพัดเรือ โดยอ้างว่าต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ขณะที่ตำรวจอ้างว่าเป็นเรื่องของแพทย์นิติเวช และตัวเองไม่สามารถรู้ได้ว่าเกิดจากใบพัดเรือหรือไม่

จึงเป็นการพิสูจน์ได้ว่า ณ เวลานี้ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าแผลเกิดจากใบพัดเรือจริง ทั้งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนและแพทย์นิติเวช ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่เห็นว่าจำเป็นต้องเบิกความใหม่ หากศาลอนุญาตให้ไต่สวน ฝ่ายตนจะระบุรายชื่อบุคคลที่ต้องการให้ไต่สวนทั้งหมด เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีหลักฐานเท็จเกิดขึ้น และหวังว่าศาลจะพิจารณา

นายปานเทพ ยอมรับว่าคดีนี้ยากมาก เนื่องจากข้อกล่าวหาหรือข้อหาถูกบัญญัติไว้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นการประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่ฝ่ายตนเข้ามารับเรื่องภายหลัง และไม่เห็นด้วยที่จะอุทธรณ์ว่ามีการประมาทจริงและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อีกทั้งจะยอมยกฟ้องเฉยๆ ก็ไม่สามารถทำได้

แต่ที่ไม่เห็นด้วย เพราะหลักฐานเป็นเท็จและทำให้เกิดข้อเท็จจริงใหม่ในสำนวนในคดีที่ผ่านมา จึงต้องหักล้างและพิสูจน์ และขณะนี้ในทางวิทยาศาสตร์หลักฐานได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเท็จ มีข้อเท็จเกิดขึ้นและมีการจัดทำขึ้นเพื่อสร้างข้อเท็จจริงใหม่ จึงเหลือเพียงเรื่องเดียว คือศาลจะอนุญาตให้ไต่สวนหรือไม่

นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญเพียงแค่เรื่องของแตงโมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีต่อสังคม เนื่องจากคดีเหล่านี้กระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมต่อสังคมอย่างมาก แม้จะไม่เคยมีใครใช้ หรือมีคนใช้น้อยมากที่จะขอใช้สิทธิให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไต่สวน แต่ฝ่ายตนเห็นว่าในระบบมีช่องทางใดที่พอจะเห็นช่องได้ ก็ต้องมีความคาดหวังว่าศาลจะเห็นและรู้ว่ามีการยื่นหลักฐานเท็จและพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

นายปานเทพกล่าวว่า ต้องการรู้ว่าศาลจะดำเนินการอย่างไร จะเฉยชาหรือไม่ หรือจะเห็นว่าต้องทำตามระบบและไม่สามารถทำอะไรได้ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าฝ่ายตนทำหน้าที่แล้ว แต่ขอได้ทำหน้าที่นี้ และขณะนี้เห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป จึงหวังว่าศาลจะเมตตาให้โอกาสในการไต่สวนคดีนี้อีกครั้ง เพื่อความยุติธรรมและความมั่นใจต่อกระบวนการยุติธรรม

สำหรับแนวโน้มที่ศาลจะรับคำร้องหรือไม่ นายปานเทพกล่าวว่า ในส่วนของการอุทธรณ์ ศาลรับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ศาลใช้เวลาพิจารณาและส่งให้จำเลยหมดแล้ว และจำเลยทั้ง 3 รายได้แก้คำอุทธรณ์มาแล้วครบถ้วน ส่วนจำเลยรายที่ 4 ในที่สุดก็ได้ถอนเรื่องไป

นายปานเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้จึงเป็นการท้าทายต่อระบบกระบวนการยุติธรรมและบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต ว่าประเทศไทยจะสามารถดำเนินการอย่างไร หากมีกระบวนการนำเอกสารหรือหลักฐานเท็จเข้าสู่สำนวน และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเท็จจริงๆ โดยย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาพเดียว แต่เป็นทั้งกระบวนการ

นายปานเทพ กล่าวว่า หากถามว่ายื่นแล้วมีความหวังหรือไม่ ยืนยันว่าต้องยื่น และลึกๆ ยังมีความหวังว่าอาจมีโอกาส เพราะกระแสสังคมเกือบทั้งประเทศรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ยกเว้นศาลที่ยังไม่รู้ ซึ่งศาลจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีคนไปยื่น

ทั้งนี้เราเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนคดีจึงได้ยื่นเรื่องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปีที่แล้ว และการดีเอสไอยื่นคดีต่อป.ป.ช. แปลว่าเข้าองค์ประกอบ 4 อย่าง ได้แก่ หนึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ สอง มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมในการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ สาม ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และข้อกล่าวหานั้นพูดถึงการกระทำความผิดจริงหรือไม่ และสี่ หากกระทำความผิดแล้วเกิดความเสียหายหรือไม่ ซึ่งตนฝากความหวังไว้ที่ ป.ป.ช. เช่นเดียวกัน โดยให้เวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีขีดระยะเวลาจำกัด เพราะมีขั้นตอนต่อไปหาก ป.ป.ช. ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง

ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอกชนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้เพิ่งเริ่มดำเนินคดี โดยมีกระติกเป็นหนึ่งคนที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวน ส่วนของกระติกจะมี 2 หรือ 3 ส่วน คือการแก้ไขเวลาของภาพถ่ายเดี่ยวของตัวเอง ซึ่งคุณกระติกต้องตอบว่าในชั้นพนักงานสอบสวนเคยบอกว่าทำเอง หรือใครสั่งให้ทำ และใครเป็นคนโอนข้อมูลมาให้

"สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณกระติกต้องตอบ และหากไม่ตอบก็หมายความว่าตัวเองกระทำความผิดและต้องรับไว้เอง ไม่ใช่เฉพาะโทษตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่สังคมจะมองว่าคุณเป็นเพื่อนแบบไหนที่ไม่พูดความจริงเพื่อความยุติธรรมให้เพื่อน ซึ่งก็คือน้องแตงโมที่รักและห่วงคุณกระติกและห่วงลูกของคุณกระติก อยากเรียกร้องให้คุณกระติกสารภาพและพูดความจริง เพื่อให้ได้รับการปลดปล่อยทางจิตวิญญาณของตัวเอง และให้เข้าใจว่าเพื่อนคนนี้ แม้จะถูกกดดัน ก็ยังรักเพื่อนด้วยการพูดความจริง" นานปานเทพ กล่าว

นอกจากนี้ยังต้องตอบเรื่องภาพในโทรศัพท์ของคุณกระติกที่มีการตัดต่อซ้อนภาพผมดำ และโอนมาจากภายนอก ว่าใครเป็นคนทำและโอนมาจากใคร เพราะ นายปานเทพ เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณกระติกไม่เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี แต่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรยังไม่รู้

อย่างไรก็ตาม การแก้เวลาโทรศัพท์ คุณกระติกสามารถทำเองได้ เช่นเดียวกับการตอบแชตไลน์แทนคุณแตงโมและการตอบคุณแอนนา ซึ่งคุณกระติกสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากในเวลานั้นคุณกระติกมี Instagram โดยวันนี้เราจะเปิดเผยว่าใครเป็นคนลบ Instagram ของคนบนเรือ และจะเปิดหลักฐานในช่วงเย็น

ส่วนปฏิกิริยาของคุณแซนก่อนหน้านี้มีผลหรือไม่ จากการที่ขวัญ อุษามณีมาเป็นพยานให้ นายปานเทพ ระบุว่า ยังไม่มีใครปฏิเสธในสิ่งที่ฝ่ายตนหยิบยกขึ้นมาในทางวิทยาศาสตร์ แต่มีเพียงสีสันและลักษณะก่อกวน หรือยั่วยุให้เกิดความเสียอารมณ์ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจเรื่องเหล่านี้ เพราะมองว่าเป็นเพียงกระพี้ ไม่ใช่ประเด็นแห่งคดี สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าการเข้ามาแซะหรือการพูดอะไรจะสามารถบั่นทอนฝ่ายตนได้ เพราะประชาชนต้องการรู้ความจริง และเชื่อว่าประชาชนไม่ต้องการให้ใครมาหลอกง่ายๆ ยิ่งเมื่อรู้ข้อเท็จจริงแล้ว ต่อให้เป็นทนายที่เก่ง หรือเป็นพยานที่หน้าตาดีและมีวาทศิลป์ดีเพียงใด ประชาชนก็ไม่ยอมให้ใครมาหลอกว่าเป็นคนโง่

อย่างไร ใครที่ถูกดำเนินคดีความก็ให้สู้กันไปตามขบวนการ แต่คนบนเรือบางคนหากกลับใจ สามารถเปลี่ยนสถานภาพจากจำเลยเป็นพยานได้ เพราะในขณะนี้ยังอยู่ในสถานะผู้สมรู้ร่วมคิดทำให้แตงโมเสียชีวิต

นายปานเทพ กล่าวว่า ยิ่งความลับอยู่กับคุณกระติกเพียงคนเดียว คุณแซนอาจไม่เป็นปัญหา เพราะอาจมีเครือข่ายตำรวจและผู้หลักผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำอยู่จำนวนมาก แต่ตนเป็นห่วงคุณกระติก เพราะเมื่อความลับอยู่กับใครก็ตาม คนคนนั้นจะตกอยู่ในฐานะที่อันตราย

นายปานเทพ กล่าวว่า หากคุณกระติกหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ออกหมายจับหรือหมายเรียก และต้องรอระยะเวลา หากคุณกระติกคิดอยากจะพูดความจริง มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน บ้านพระอาทิตย์ ก็พร้อมต้อนรับ แต่ต้องเป็นการพูดความจริง เพื่อไม่ให้ความลับอยู่กับคุณกระติกเพียงคนเดียว พร้อมย้ำว่าเป็นห่วงคุณกระติก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเปิดประตูให้คุณกระติกเข้ามาหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ยินดี แต่ต้องเป็นการพูดความจริง และจะพูดตามหลักฐาน พร้อมระบุว่าเป็นห่วงว่าคุณกระติกกำลังตกอยู่ในสถานภาพที่มีความเสี่ยงที่สุด และกำลังถูกโยนให้แบกรับเพียงคนเดียวในเรื่องที่เกิดขึ้นบนเรือ

Advertisement

แชร์
"ปานเทพ" ยื่นหลักฐานเพิ่มในชั้นอุทธรณ์คดีแตงโม ลั่นคดียังไม่จบ