
(11 ก.ย. 2569) พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (รอง ผกก.1 บก.ป.) เปิดเผยเบื้องหลังในการจับกุม "สมีโชติ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ว่า เริ่มมาจากหนังสือร้องเรียน หรือ บัตรสนเท่ห์ ที่ทางกองปราบ กอง 1 ได้รับครั้งแรก เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม จากนั้นก็ได้รับการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้มีการตรวจสอบข้อมูลตามหนังสือร้องเรียน
และในระหว่างที่ตรวจสอบเรื่องดัวกล่าว ก็มี บัตรสนเท่ห์ ส่งมาอีก 1 ฉบับ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม จากผู้ที่ไม่เปิดเผยนามคนเดิม แต่ฉบับที่ 2 นี้ มาพร้อมกับแฟลชไดรฟ์ที่มีภาพ และข้อมูล ที่สอดรับกับข้อมูลที่มีการพิสูจน์ทราบมาตามหนังสือร้องเรียนฉบับแรก
ปรากฏว่าพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 2 ประเด็นคือ พฤติกรรมในทางชู้สาว และประเด็นรื่องการทุจริตเงินของวัด
ทั้ง 2 ประเด็น ต้องแยกในส่วนของพระธรรมวินัยสงฆ์ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นกระบวนการและการดำเนินการผู้บังคังบัญชาของพระสงฆ์ กับสำนักงานพุทธ
ในส่วนของคดี ที่ต้องเจาะลึกลงไปว่า ตามหนังสือร้องเรียนเรื่อง การทุจริตเงินวัด มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ และสุดท้ายพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง โดยพบมูลค่าความเสียหาย เบื้องต้นประมาณ 100 ล้านบาท
จากนั้นได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และนำเข้าสู่กระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษ และเสนอคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาล จึงเป็นที่มาของการปฏิบัติการจับกุมตัวและเข้าตรวจค้นเมื่อวานนี้ (10 ก.ย. 2569)
สำหรับความยากในการทำคดีแบบลับๆ นั้นมีความยากเสมอ เพราะตั้งแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนมา มีเจ้าหน้าที่รู้ประมาณ 4-5 คน เนื่องจากข้อมูลที่ต้องประสานข้อมูลที่ต้องขอหรือการสืบสวน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยาก และละเอียดอ่อน อีกทั้งเป็นเรื่องของพระภิกษุ ที่เป็นสัญลักษณ์ของศาสนา ก็ยิ่งต้องเพิ่มความละเอียดอ่อนเข้าไปอีก
Advertisement