
จากรณีสื่อโซเชียลในพื้นที่ จ.อุดรธานี ได้โพสต์ภาพจระเข้โผล่ขึ้นมาจะกินปลาชะโดที่ติดเบ็ด อยู่สะพานคอนกรีตสถานีสูบน้ำประปาหนองสำโรง ที่อยู่ด้านหลังกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ ทม.หนองสำโรง ตำบลหมูม่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่า พบจระเข้ 2 ตัว มีตัวเล็กความยาวขนาด 1 เมตร และตัวใหญ่ความยาวขนาด 1.5 เมตร ช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 29 ที่ผ่านมา
โดยทางเทศบาลเมืองหนองสำโรง และทางอำเภอเมืองอุดรธานี ได้โพสต์แจ้งเตือนประชาชนที่มาหาปลาใกล้บริเวณที่มีคนพบจระเข้ ที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม ที่จระเข้ใช้เป็นที่กบดานหากิน ให้หลีกเลี่ยงลงน้ำหรืออยู่ใกล้กับน้ำในช่วงนี้ เพื่อความปอดภัย เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีความดุร้าย หวงถิ่นหากิน ทำให้ชาวเมืองอุดรธานี โดยเฉพาะคนในพื้นที่เกิดเหตุ ต.บ้านเลื่อม ต.หมูม่น ต่างพากันหวาดกลัว
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานีสูบน้ำประปา จุดที่พบจระเข้ โดยมี จ.ส.อ.วิวัฒน์ ปราบพาล รอง.ผบ.มว.ปล.ที่.2 กองร้อย.อวบ.ที่.1 ร.13 พัน.2 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ คนที่พบจระเข้ และเป็นคนถ่ายคลิปและโพสต์ลงในสื่อโซเชียล ให้ข้อมูลกับนายอำเภอ
และเช้าวันนี้ก็พบจระเข้ตัวใหญ่ ลอยขึ้นอยู่เหนือน้ำห่างจากสะพานสถานีสูบน้ำไปประปาประมาณ 50 เมตร และได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่ามีจระเข้อยู่บริเวณนี้จริง และเมื่อคืนนี้เวลา 20.00-21.00 น. ตนก็พบจระเข้ตัวใหญ่อยู่บนฝั่งกำแพงหลังค่าย ใกล้กับร่องระบายน้ำออกจากค่ายฯ มันตกใจกลัวแสงไฟฉายแล้ววิ่งลงน้ำ คาดว่ามันคงจะหากินไปตามร่องระบายน้ำ แต่ถ่ายภาพไม่ทัน ส่วนจระเข้จตัวเล็กสีออกเขียวจะพบอยู่อีกฝั่งของสะพาน และมันก็มาจ้องจะขโมยกินชะโดที่ติดเบ้ดของตน
จ.ส.อ.วิวัฒน์ ปราบพาล เล่าว่า คืนวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ตนมาปักเบ็ดล่อปลาชะโดที่สะพานสถานีสูบน้ำประปาหลังค่ายฯ ก็มาพบจระเข้มาจ้องจะกินปลาชะโดที่ติดเบ็ดของตน และถ่ายภาพไว้โพสต์ลงโซเชียล เพื่อแจ้งให้ชาวบ้านที่มาหาปลาให้ระวังอันตราย ตอนนั้นตนตกใจมาก เพราะมันโผล่ขึ้นมาระยะไม่เกิน 3 เมตร คาดว่าเป็นจระเข้ตัวเล็กความยาวประมาณ 1 เมตร หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ตนก็พบจระเข้ตัวใหญ่ความยาวประมาณ 1.5 เมตร อยู่บนฝั่งใกล้กับร่องระบายน้ำกำแพงค่าย มันตกใจวิ่งลงน้ำก่อน จึงถ่ายภาพไว้ไม่ทัน เมื่อหลายวันก่อนมีชาวบ้านมาหาปลา ร้องบอกว่าเจอจระเข้ แต่ตนก็เชื่อ พอมาเจอกับตาตัวเองแบบจะๆ และใกล้ชิด จึงรู้ว่าจระเข้ในหนองสำโรงมีจริง
คาดว่าเป็นจระเข้หลุดออกมาจากฟาร์มเลี้ยง เนื่องจากน้ำเอ่อท่วมลำห้วยหลวงติดต่อกัน 3 ปี ตอนนั้นมันอาจจะตัวยังเล็กอยู่ และหนองสำโรงเป็นแก้มลิง มีเนื้อที่เป็นพันไร่ รองรับน้ำจากลำห้วยหลวง และลำห้วยสาขาต่างๆ พอน้ำท่วมจึงทำให้มันหลุดออกมาหากินอยู่ตรงนี้จนโต และเช้าวันนี้ตนก็มาตรวจสอบดู ก็พบจระเข้ตัวใหญ่ลอยขึ้นเหนือน้ำ แต่ตัวเล็กไม่พบ จึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
ในวันนี้นายอำเภอเมืองอุดรธานี ท่านก็เดินทางมาตรจสอบและถามข้อมูล พร้อมกับประสานไปยังประมงอำเภอเมืองอุดรธานี และประมงจังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อให้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่มาตกปลาหาปลาให้ระวัง และประสานไปยังชุดไกรทอง เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อนำเครื่องมือทันสมัยมาจับจระเข้ออกไปจากหนองน้ำแห่งนี้ คาดว่าจะเดินทางมาจับพรุ่งนี้ แต่ต้องดูสภาพอากาศก่อน ว่าจะเป็นอุปสรรคในการลงจับจระเข้หรือไม่ เพราะช่วงนี้พายุเข้าในพื้นที่
นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ทราบข่าวจากทางโซเชียลมีเดียหลายเพจ ว่ามีชาวบ้านพบเห็นจระเข้อยู่ในหนองสำโรง อยู่บริเวณหลังค่ายทหาร ร.13 พัน 2 จึงลงพื้นที่จริง เพื่อเข้าตรวจสอบ เมื่อมาถึงก็พบกับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งทราบว่ามาเฝ้าระวังจระเข้ เนื่องจากมีชาวบ้านยืนยันว่าพบจระเข้ในพื้นที่ และเมื่อเช้านี้ก็ได้พบเจอจระเข้ตามที่ได้รับแจ้ง คาดว่ามีอยู่ประมาณ 2 ตัว
ในนามฝ่ายปกครอง พื้นที่ ทม.หนองสำโรง ไม่มีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ซี่งได้ประสานทางนายก ทม.หนองสำโรง และกำลังทหาร ให้ช่วยกันเฝ้าระวังร่วมกัน โดยจะแจ้งประสานประธานชุมชนโดยรอบบริเวณ แจ้งเตือนประชาชนให้งดการลงเล่นน้ำ หรือการออกจับสัตว์น้ำ ทั้งนี้ได้ประสานไปยังประมง จ.อุดรธานี ให้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อติดตามหาตัวจระเข้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติปลอดภัย ยืนยันว่ามีการพบเจอจระเข้จริง มีพยานบุคคลและภาพถ่าย ชัดเจนว่าพบจระเข้อยู่ในพื้นที่หนองน้ำแห่งนี้
นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี เปิดเผยอีกว่า หนองสำโรงเป็นพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่ รองรับน้ำจากห้วยหลวง มีพื้นที่หลายร้อยไร่ อยู่ในความรับผิดชอบของ สนง.ชลประทานที่ 5 บริเวณเครื่องสูบน้ำเป็นของการประปาส่วนภูมิภาค จุดนี้มีจอกแหนและสนมขึ้นเหนือผิวน้ำ เหมาะแก่การเป็รอยู่อาศัยของจระเข้ คาดว่าจะอยู่แค่จุดนี้ที่มีสนม คงจะไม่ออกไปนอกพื้นที่นี้ เบื้องต้นจะเร่งดำเนินการค้นหาและจับตัวให้ได้ และจะตรวจสอบอีกครั้งว่า จระเข้หลุดออกมาจากพื้นที่ใดในช่วงน้ำท่วมติดต่อกัน 3 ปี ที่ผ่านมา
Advertisement