
ที่โรงเรียนราชวินิต สมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ท.) และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU เพื่อยกระดับคุณภาพวิชาการ พัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร และขับเคลื่อน Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ลงสู่ห้องเรียนความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ “เทคนิคการสอน” แต่ตั้งเป้าไปถึงการสร้างเด็กให้ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น คิดก่อนทำ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของสังคม ทั้งความรุนแรง พฤติกรรมเสี่ยง และแรงกระแทกจากโลกออนไลน์
“Think Twice” ฝึกเด็กคิดให้รอบด้าน ที่สามารถควบคุมอารมณ์ ก่อนการตัดสินใจที่จะนำไปความรุนแรง
ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า Active Learning ไม่ควรหมายถึงเพียงการให้เด็กลงมือทำ แต่ต้องฝึกให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบ มองเห็นเหตุและผล รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง เพื่อน และสังคมก่อนตัดสินใจ
โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในเด็ก แนวคิด “Think Twice” หรือคิดให้รอบคอบก่อนลงมือทำ เป็นทักษะสำคัญที่การศึกษาต้องสร้างให้เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกันครูและผู้บริหารต้องเป็นต้นแบบด้านเหตุผล คุณธรรม และการยับยั้งชั่งใจ พร้อมเปลี่ยนบทบาทครูจาก “ผู้บอกความรู้” มาเป็น “โค้ช” ที่ช่วยให้เด็กคิดและหาคำตอบด้วยตัวเอง
เลขาธิการ กพฐ. ยังมองว่า หาก Active Learning สามารถต่อยอดไปถึงการสร้างนวัตกรรมได้ เด็กจะไม่ได้เพียงเรียนรู้เพื่อสอบ แต่สามารถนำความคิดไปสร้างผลงาน ใช้ประโยชน์จริง ต่อยอดเชิงธุรกิจ หรือแม้แต่พัฒนาไปสู่การจดสิทธิบัตรในอนาคต
จากนโยบายบนกระดาษ ต้องลงไปถึง “ครูและเด็กในห้องเรียนจริง”
ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า MOU ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือทำให้องค์ความรู้ไม่หยุดอยู่ที่ผู้บริหาร แต่ต้องส่งต่อไปถึงครูและนักเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์หลักสูตร การวางแผนการสอน ไปจนถึงการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่าน GPAS 5 Stepsเด็กจะถูกฝึกตั้งแต่การค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ นำเสนอ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปจนถึงการกำกับและประเมินการเรียนรู้ของตัวเองเพราะโจทย์ของการศึกษายุคนี้ ไม่ควรเป็นเพียงว่าเด็ก “จำคำตอบได้หรือไม่” แต่ต้องถามว่า เมื่อเด็กเจอปัญหาที่ไม่มีคำตอบอยู่ท้ายหนังสือ เขาจะคิดและจัดการกับมันอย่างไร
สมาคมฯ ซึ่งมีเครือข่ายสมาชิกกว่า 10,000 โรงเรียน จึงตั้งเป้าขยายแนวทางนี้ให้ครอบคลุมโรงเรียนทุกขนาด โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่
“โลกไม่ขาดข้อมูล แต่เด็กต้องมีภูมิคุ้มกันทางความคิด”
ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า GPAS 5 Steps มุ่งพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง และสร้าง “ความแข็งแกร่งจากภายใน” ให้เด็กเพราะวันนี้เด็กไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ในห้องเรียน แต่ต้องรับมือกับข้อมูล กระแสสังคม สิ่งยั่วยุ ความกดดัน และความผิดหวังที่เข้าถึงตัวได้อย่างรวดเร็ว
การศึกษาจึงต้องไปให้ไกลกว่าการทำให้เด็ก “รู้มาก” แต่ต้องสร้างเด็กที่ รู้เท่าทัน คิดก่อนเชื่อ คิดก่อนทำ และตัดสินใจด้วยเหตุผล
เมื่อผู้บริหารเข้าใจกระบวนการ ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้ และเด็กได้รับการฝึกคิดอย่างต่อเนื่อง ห้องเรียนก็จะไม่ใช่เพียงพื้นที่ส่งต่อความรู้ แต่เป็นพื้นที่ฝึก “วิธีคิดและวิธีใช้ชีวิต”
MOU นี้จึงไม่ใช่แค่ข้อตกลงบนกระดาษ แต่คือการขยับโจทย์การศึกษาไทย
จากเดิมที่ถามว่า “เด็กเรียนรู้อะไรไปบ้าง”
ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ
“เมื่อเด็กเจอปัญหา เขาคิดเป็นหรือไม่”
“เมื่อโกรธ เขาหยุดคิดก่อนลงมือทำได้หรือไม่”
“และเมื่อโลกเปลี่ยน เด็กมีภูมิคุ้มกันพอที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองหรือไม่”
เพราะหากการศึกษาสร้างกระบวนการคิดให้เด็กได้จริง Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps อาจไม่ได้ช่วยเพียงให้เด็กเรียนดีขึ้น แต่ช่วยให้เด็ก ใช้ชีวิตเป็น และไม่เลือกความรุนแรงเป็นคำตอบแรกของปัญหา
Advertisement