
กรุงเทพมหานคร (16 พฤษภาคม 2569) — เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าการ “ท่องจำ” จะพาเด็กไทยอยู่รอด วงการการศึกษาไทยจึงต้อง “ลุกขึ้นเปลี่ยน” ครั้งใหญ่!
3 โรงเรียนเอกชนชั้นนำแห่งศรีราชา ได้แก่ โรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา โรงเรียนปรีชานุศาสน์ และโรงเรียนประเสริฐสุข จับมือ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ เดินหน้าพลิกโฉมห้องเรียนไทยด้วยนวัตกรรม “GPAS 5 Steps” สร้างเด็กไทยให้ “คิดเป็น ทำเป็น สร้างสรรค์เป็น” พร้อมก้าวสู่การเป็น “พลเมืองโลก” ในศตวรรษที่ 21
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเซ็นเอกสาร แต่คือ “การประกาศสงครามกับระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำ” และคือสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ห้องเรียนแห่งอนาคต ที่เด็กจะไม่ได้เรียนเพื่อสอบ แต่เรียนเพื่อ “ใช้ชีวิตจริง”
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เปิดเผยว่า โรงเรียนเอกชนมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพราะมีความคล่องตัวและมุ่งเน้นคุณภาพอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือครั้งนี้จะนำ “กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” มาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทั้งครูและผู้เรียน
“เราไม่ได้ต้องการเด็กที่จำเก่ง แต่ต้องการเด็กที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง”
GPAS 5 Steps จะเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่แห่งการฟัง มาเป็นพื้นที่แห่งการ “ลงมือคิด ลงมือทำ และลงมือสร้าง” ผ่าน Active Learning การออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design และการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ที่มองเห็นศักยภาพผู้เรียนรอบด้าน ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ
อีกทั้งยังส่งเสริมแนวคิด “พหุปัญญา” เพื่อให้เด็กค้นพบตัวตน เข้าใจคุณค่าของตนเอง และสามารถใช้ศักยภาพสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “มุมมองทิศทางและนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน : การสร้างนิสัยการคิดผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้” โดยย้ำชัดว่า ทิศทางการศึกษาไทยยุคใหม่ ต้องเปลี่ยนจาก “การสอนเพื่อจำ” ไปสู่ “การสร้างนิสัยการคิด”
“สิ่งที่เด็กไทยต้องมี ไม่ใช่แค่คำตอบในข้อสอบ แต่คือทักษะการคิด ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต”
เลขาธิการ กพฐ. ชี้ว่า GPAS 5 Steps คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังการสังเกต การคิดวิเคราะห์ การวางแผน และการกำกับตนเอง (Self-Regulating) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคนคุณภาพในโลกอนาคต พร้อมผลักดัน “ครูนวัตกร” ให้เป็นโค้ชที่สามารถพาเด็กสร้างผลงานและนวัตกรรมได้จริง
ด้าน บาทหลวง ดร.ลือชัย จันทร์โป๊ ผู้อำนวยการโรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีนักวิชาการที่สามารถพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับบริบทของเด็กไทยได้ด้วยตนเอง และเชื่อว่า หากใช้วิธีการเรียนรู้ของคนไทยกับเด็กไทย เด็กจะสามารถคิดเอง ลงมือทำเอง และเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง จนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ
“เมื่อเด็กได้คิดเอง ทำเอง เด็กจะไม่รู้สึกว่าตัวเองล้าหลัง แต่จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และสามารถสร้างสิ่งใหม่ให้โลกได้”
พร้อมกันนี้ยังมองว่า บทบาทของครูยุคใหม่ จะไม่ใช่เพียงผู้สอน แต่คือ “โค้ช” ที่ช่วยให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออก จนสามารถพัฒนาเป็นผลงานและนวัตกรรมได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้จะดำเนินงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของทั้ง 3 โรงเรียน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกในระดับห้องเรียนอย่างยั่งยืน และถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น “ต้นแบบการปฏิรูปการศึกษาไทย” ที่สร้างเครือข่ายวิชาการเข้มแข็ง เชื่อมภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน
ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษ การเยี่ยมชมคลังสื่อดิจิทัลและนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงรุก รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาชั้นนำของประเทศ ท่ามกลางความสนใจจากผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมาก
วันนี้…การศึกษาไทยอาจกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยนสำคัญ”
และคำถามสำคัญไม่ใช่ “เด็กจำอะไรได้บ้าง”
แต่คือ “เด็กไทยจะคิด สร้าง และเปลี่ยนโลกได้อย่างไร”
Advertisement