
(17 ส.ค. 2569) น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ ป้าดา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุลยารามและเรื่องที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี โดยเปิดเผยว่าวันนี้ตนต้องการชี้แจง 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกเป็นเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะไปมีปัญหาหรือ "ตีพระทุกวัด" ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องการติดตามหาความจริงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมและล้างมลทินให้กับครอบครัว
ป้าดา ระบุว่า ต่างฝ่ายต่างมีหลักฐาน จึงต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบว่า ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวยังเชื่อมั่นว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด โดยเฉพาะโฉนดเลขที่ 61945 ซึ่งจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบว่ายังคงปรากฏชื่อ "ตาเฮียง" เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเมื่อทายาทเข้าไปในพื้นที่ กลับถูกดำเนินคดีจนมีทั้งหมายเรียกและหมายจับ
ดังนั้น สิ่งที่ครอบครัวต้องการคือการพิสูจน์ที่มาที่ไปของที่ดิน รวมถึงตรวจสอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมดว่า วัดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาอย่างถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและไม่ติดใจ แต่หากพบว่ากระบวนการได้มาซึ่งที่ดินไม่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปถึงสถานะและความชอบด้วยกฎหมายของการใช้พื้นที่ดังกล่าว
ส่วนประเด็นที่สอง ป้าดา ระบุว่า เป็นเรื่องที่ตนอ้างว่าถูกกระทำมาเป็นระยะเวลานาน โดยกล่าวหาว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ขณะเดียวกันยังอ้างว่าทรัพย์สินของตนในพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกนำออกไป จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัว
ป้าดา ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินคดีในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอ้างว่า แม้คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลและมีคำพิพากษาจำคุก แต่กลับไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ป้าดา ระบุว่า ปัจจุบันเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาความขัดแย้งจากคดีเดิมยังคงมีอยู่ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมฝากถึงประชาชนที่มองว่าตัวเองถูกกระทำหรือถูกรังแก ให้ลุกขึ้นมาใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง
นอกจากนี้ ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ลงมาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยระบุว่า
"ตนโดนกระทำ นายกฯอนุทิน อย่ามัวแต่สำเริงสำราญ เล่นดนตรีอยู่ ประชาชนเดือดร้อน ตนจะไปขอพบท่านนายก นายอนุทินได้เป็นนายกฯ ก็มาจากประชาชน ก็ช่วยลงมาดูประชาชนด้วย"
นอกจากนี้ยังฝากถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัด โดยระบุว่า "ลูกน้องเป็นโจรเต็มบ้านเต็มเมือง" สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ใครผิด ใครถูก
สำหรับรายละเอียดในประเด็นอื่น ป้าดา ระบุว่าไม่ขอตอบคำถามเพิ่มเติม โดยยืนยันเพียงว่า ตนมีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก
เมื่อถามว่ายังยืนยันใช่หรือไม่ว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ป้าดาบอกว่า ความจริงมีหนึ่งเดียว ยืนยันว่าจะสู้ให้สุดใจ พร้อมย้ำว่าสื่อมวลชนยังเป็นหนุ่มๆ สาวๆ ต้องมีจุดยืนความจริงเท่านั้นที่มีหนึ่งเดียว ต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่ามันยางหมดอายุ
ส่วนมีความกังวลใจหรือไม่ ป้าดา ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีอะไรให้กังวล ซึ่งหลังจากนี้จะไปยื่นหนังสือทวงถามการจัดตั้งวัดกับสำนักงานพระพุทธศาสนาต่อไป
Advertisement