
วันที่ 6 ส.ค. 69 กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ หลังเฟซบุ๊กเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” โพสต์คลิปวิดีโอของ "เอ๋ย" ยูทูบเบอร์ ที่ออกมาเปิดใจเล่าประสบการณ์ อ้างว่าถูกยูทูบเบอร์หนุ่มหัวสีชื่อดังในภาคอีสาน คุกคามทางเพศ
โดยระบุข้อความว่า น้องผู้หญิงคนนี้ชื่อ “เอ๋ย” เป็นยูทูบเบอร์ น้องออกมาเปิดใจเล่าประสบการณ์ที่เก็บไว้ในใจมานาน หลังเคยร่วมงานกับยูทูบเบอร์หนุ่มหัวสีชื่อดังในภาคอีสาน โดยในคลิปน้องพูดถึงหลายประเด็นที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทำงานร่วมกัน
แต่เรื่องที่น่าตกใจคือ น้องอ้างว่าตัวเองเคยถูกยูทูบเบอร์คนดังกล่าวคุกคามทางเพศ น้องบอกว่าอีกฝ่ายมักอาศัยจังหวะที่เธออยู่ในห้องนอน เดินเข้ามาในห้องแล้วลงมือคุกคาม
สุดท้ายน้องตัดสินใจยอมลาออก เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมของยูทูบเปอร์หนุ่มรายนี้ และอยากเอาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมนั้น แต่หลังจากลาออกมา กลับอ้างว่าอีกฝ่ายพูดใส่ร้ายและทำให้คนเข้าใจผิดมาตลอด
สาเหตุหลักที่วันนี้น้องตัดสินใจออกมาเล่า เพราะอยากบอกความจริงในมุมของตัวเอง และยืนยันว่าสิ่งที่กระทบจิตใจเธอมากที่สุด ไม่ใช่แค่การทำงาน แต่คือการถูกคุกคามทางเพศที่ต้องทนเก็บเงียบมานาน
จากนั้นเฟซบุ๊ก “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ได้โพสต์คลิปเสียงของที่น้องเอ่ย อัดไว้ตอนที่คุยก้บพ่อหนุ่มยูทูปเปอร์หัวสี เรื่องที่โดนคุกคามในห้องนอนขณะที่น้องหลับ
มีใจความว่า "เชื่อใจพี่ครั้งนึงได้ไหม แล้วเอ๋ยจะรู้เลยว่าคนเรามันมีดีและไม่ดี พี่จะทำให้เอ๋ยดูและจะได้เข้าใจว่า โอเคชีวิตมันเป็นแบบนี้ เราจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกันในเรื่องนี้ พี่คิดว่าเอ๋ยจะน่าให้โอกาสพี่นะครั้งนึง หมายถึงว่าให้โอกาสพี่และโอกาสตัวเองด้วย เอ๋ยก็อยู่กันมาตั้งเกือบปี เอ๋ยก็เห็นว่าภาพรวมมันไม่ได้แย่ขนาดนี้ ก็ปรับได้นะ"
"โอเคความรู้สึกมันครอบงำได้ พี่ยอมรับในสิ่งที่ผิด แต่เอ๋ยเชื่อใจพี่ เอ๋ยเชื่อพี่เถอะว่าพี่ไม่ได้อันตรายกับเอ๋ย พี่อาจจะดูอันตรายในมุมมองของเอ๋ยตอนนี้ แต่พี่ไม่ได้อันตรายจริงๆ ถ้าจะมีใครสักคนที่เป็นห่วงเอ๋ยมากๆ หนึ่งในนั้นคือพี่"
"พี่อยากให้เอ๋ยกลับมา พูดจากใจจริง พี่จะใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองให้ดูว่าการใช้ชีวิตร่วมกันแบบที่มันมีคุณภาพจริงๆ มันเป็นยังไง พี่อยากให้เอ๋ยกลับมา มันจะเป็นปมในใจพี่เลยว่ากูไม่ดีกับเอ๋ยอะ พี่ไม่ได้บอกให้เอ๋ยให้อภัยนะ แต่ว่ากลับมาลองดูครั้งนึง พี่กลัวเอ๋ยเสียความรู้สึก ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาอย่างเดียว เอ๋ยอยากพูดอะไรกับพี่ไหม เอ๋ยพูดได้นะ เราควรจะพูดกันนะเอ๋ย"
"พี่สัญญาอย่างนี้ ถ้าเมื่อไหร่ที่พี่แตะเนื้อต้องตัวเอ๋ย เอ๋ยกลับได้เลย แต่ไม่รวมแท็กมือหรือว่าเช็คแฮนด์นะ บางทีมันเป็นเพื่อนพี่น้องนะ ถ้าพี่แตะเนื้อต้องตัวเอ๋ย เอ๋ยกลับได้เลย ถ้าพี่ไม่หวังดีกับเอ๋ย เอ๋ยกลับได้เลย ถ้าเอ๋ยคิดพี่แม่xไม่ยอมรับความผิดพลาดและไม่แก้ไขเลยเอ๋ยกลับได้เลย"
ขณะที่แฟนคลับบางส่วนของยูทูบเบอร์หัวสีบอกไม่เชื่อเด็ดขาด เป็นคลิปเสียง AI เป็นแชตปลอม ใส่ร้ายสุดหล่อของพวกหนู พร้อมท้าทายว่าถ้ามีหลักฐานให้เปิดมาหมด
ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” โพสต์ภาพรอยแผลที่มือของ “น้องเอ่ย” พร้อมอัปเดตว่า น้องเอ๋ยคือยูทูปเบอร์ที่ร่วมงานกับอู๋จุน หลายคนอาจเห็นแค่ภาพของ “น้องเอ๋ย” ตอนยิ้ม ตอนถ่ายคลิป ตอนอยู่หน้ากล้อง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังรอยยิ้มนั้น น้องกำลังแบกอะไรไว้บ้าง
รอยบนมือที่เห็นในรูปไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่น้องเล่าว่าเป็นรอยที่เกิดจากการ “จิกมือตัวเอง” ตอนที่คุยกับอู๋จุน เวลานั้นทั้งกลัว ทั้งกดดัน ทั้งเจ็บ ทั้งแค้นกับคำพูดที่ได้รับแต่ไม่รู้จะระบายกับใคร จึงเลือกหันมาหยิกตัวเองแทนเพื่อเก็บอารมณ์แทน
น้องบอกว่ามีอาการหวาดกลัวทุกครั้งเวลาที่อู๋จุนระเบิดอารมณ์ใส่ตัวเองหรือเพื่อนพนักงาน การคุยกับเขา นานวันยิ่งกดดันขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้งที่เครียดจนต้องจิกตัวเอง เพื่อฝืนให้มีสติและคุยต่อให้จบ
หลายคนถามว่าทำไมไม่เดินออกมา คำตอบของน้องคือ “ออกไม่ได้” เพราะมีสัญญารวมถึงยังติดหนี้อู๋จุนอยู่หลายหมื่นบาท จึงยังต้องทำงานหาเงินใช้คืน ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการอดทน ทั้งที่ทุกวันเต็มไปด้วยความกดดันและความหวาดระแวง
น้องบอกว่ามันก็มีช่วงเวลาที่มีความสุขจริง แต่ส่วนใหญ่คือช่วงเวลาที่อยู่หน้ากล้องเท่านั้น ชีวิตอีกด้านกลับเต็มไปด้วยความกลัว ความอึดอัด และความรู้สึกอ้างว้างที่ต้องเก็บไว้คนเดียว
วันนี้สิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่รอยแผลบนมือ แต่มันอาจเป็นร่องรอยของความเจ็บปวดที่สะสมอยู่ข้างในมาตลอด จนสุดท้ายผู้หญิงคนหนึ่งที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะรับไหวหวังว่าสังคมจะรับฟังสิ่งที่น้องออกมาเล่า และตระหนักว่าบางครั้งคนที่ดูร่าเริงที่สุด ภายใต้รอยยิ้มอาจกำลังทุกข์ที่สุดก็ได้
ล่าสุด “อู๋จุน” ยูทูบเบอร์คู่กรณี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “Oaujun Hi-End” ระบุว่า ทุกคนที่พูดล้วนเป็นคนที่เข้ามาขอผลประโยชน์ แต่จากไปด้วยการแทงข้างหลัง การปั้นคนขึ้นมา มีความเสี่ยงจะได้คนหัวอ่อน และทุกอย่างโคจรรอบตัวเองมาบ้าง ซึ่งถ้าจะปั้น10คน จะมี1คนแทงข้างหลังก็อาจต้องรับความเสี่ยง
มัน..ยากมากใช่ไหมครับ กับการรับผิดชอบสิ่งที่ทำ และกลับมาลาทุกคนดีๆ โดยไม่ทำให้ส่วนรวมเดือดร้อน
(พี่ไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูหนีมาตลอด10ปีคืออะไร แต่มันไม่สามารถเอาสิ่งที่หนูกลัวมาตัดสินคนที่นี่ได้ครับ วิธีที่ดีที่สุดคือ อย่ากลัวและยอมรับความจริง มาเจอหน้า ปรับความเข้าใจให้ได้ เพราะพวกพี่ไม่ได้อยุ่กับหนูเมื่อ 10 ปีก่อน อย่าเอามารวมกัน)
พร้อมอัดคลิปโต้กลับ ยืนยันว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นย้อนแย้งกับความเป็นจริง และมีหลักฐานแน่นหนาทั้งกล้องวงจรปิด แชต และคลิปเสียง
อู๋จุน ระบุว่า เอ๋ยรู้อยู่แล้วว่าเจตนาของตนคืออะไร และได้คุยเคลียร์ใจกันไปแล้ว ซึ่งตนมีคลิปเสียงบันทึกไว้ พร้อมโต้อย่างชัดเจนว่า ความจริงแล้ว “เอ๋ยเป็นคนเดินมาขอกอดเขาเอง” โดยพูดว่า “พี่อู๋ขอกอดหน่อย” พอถามเหตุผล เอ๋ยบอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งตนบริสุทธิ์ใจมองแบบพี่น้องมาตลอด เพราะรับรู้ว่าน้องมีปมฝังใจในอดีตจึงอยากช่วยดูแล
ส่วนประเด็นการลาออกและเรื่องเงิน เอ๋ยเคยทิ้งงานหายไปเป็นเดือนจนแม่บ้านต้องมาเลี้ยงเม่นแคระแทน ก่อนจะทักมาขอโทษขอสู้ต่อ แต่สุดท้ายกลับหนีออกไปตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. ส่วนเหตุผลที่กดยกเลิกข้อความเรื่องเงิน เพราะไม่ยอมรับการตัดสินใจลาออก และจัดการทุกอย่างฝ่ายเดียวของเอ๋ย โดยอยากให้อีกฝ่ายกลับมาคุยกันต่อหน้า ลาและขอโทษทุกคนให้ถูกต้อง ไม่ใช่หนีปัญหา
กรณีทีมงานชาย-แชตตอบแทน อู๋จุน เปิดเผยว่า เอ๋ยเคยวางตัวไม่เหมาะสมกับทีมงานชายจนเคยถูกเตือน ตนจึงตั้งกฎว่าหากใครมาช่วยงานต้องแจ้งก่อน แต่ช่วงที่ตนไปญี่ปุ่น ได้เปิดกล้องวงจรปิดเช็กความเรียบร้อย แล้วพบว่าเอ๋ยอยู่กับผู้ชายคนเดิมโดยไม่แจ้ง พอกดทักไปเตือนและสั่งห้ามไม่ให้คนอื่นพิมพ์แทน กล้องวงจรปิดกลับจับภาพได้ชัดเจนว่าทั้งคู่กำลังยื่นโทรศัพท์ให้กันเพื่อพิมพ์ตอบ ซึ่งมองว่าเป็นพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์และหลบเลี่ยงกฎ
ทั้งนี้ อู๋จุน ได้ฝากถึงอดีตทีมงานสาวว่า อยากให้กลับมาคุยและขอโทษกันดีๆ ไม่ต้องมาเปิดเผยข้อมูลโจมตีกัน และอย่าปล่อยให้ใครมาเสี้ยมอยู่เบื้องหลัง
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : เพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ”,เพจ “Oaujun Hi-End”
Advertisement