
จากกรณีกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานและผู้อพยพจำนวนหลายพันคนพยายามว่ายน้ำข้ามทะเลและฝ่าแนวกั้นพรมแดนจากฝั่งประเทศโมร็อกโก เพื่อทะลักเข้าสู่ "เซวตา" (Ceuta) ดินแดนส่วนแยกของประเทศสเปน นั้น
ล่าสุดมีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ราย จากการจมน้ำและเหตุเบียดเสียดยัดเยียดบริเวณแนวเขื่อนกั้นคลื่นและรั้วชายแดน ขณะที่ระบบการตรวจคัดกรองและการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรมแดนของเซวตาตกอยู่ในภาวะล้มเหลวชั่วคราวจากจำนวนคลื่นผู้คนที่ทะลักเข้ามาเกินกำลัง
รายงานระบุว่า บรรยากาศตลอดแนวชายแดนเต็มไปด้วยความโกลาหล กลุ่มผู้อพยพซึ่งมีทั้งชายหนุ่ม ครอบครัว รวมถึงหญิงและเด็ก พยายามใช้ช่องทางธรรมชาติด้วยการว่ายน้ำอ้อมแนวเขื่อนกั้นคลื่นหาดทาราฮาล (Tarajal) ในช่วงกลางคืนและเช้าตรู่ ขณะที่บางส่วนพยายามดันประตูพรมแดนเพื่อฝ่าเข้าสู่พื้นที่อธิปไตยของสเปน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า มีผู้คนที่รอดชีวิตจากการข้ามแดนกระจายตัวนอนตามสวนสาธารณะและทางเท้า เนื่องจากศูนย์พักพิงไม่สามารถรองรับได้ทัน
ทั้งนี้ ทางการสเปนได้สั่งการยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด พร้อมระบุทหารเข้าเสริมกำลังร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเอง (Civil Guard) ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสภากาชาดในพื้นที่ได้เร่งตั้งหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือ ทั้งการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ จัดหาอาหาร เสื้อผ้าแห้ง และดูแลผู้ที่มีภาวะอุณหภูมิกายต่ำจากการลอยคอในทะเล
ขณะนี้ผู้นำสเปนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอยู่ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และประสานงานกับรัฐบาลโมร็อกโกในการควบคุมความตึงเครียดตามแนวชายแดนอย่างเร่งด่วนต่อไป
Advertisement