
วันที่ 22 ก.ค. 69 พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน เดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และรับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา
ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่กองทัพไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจาก กองทุนหทัยทิพย์จำนวนกว่า 69 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ , รั้วชายแดน ,บังเกอร์หลุมบุคคล และหลุมหลบภัยในพื้นที่ชายแดนไทย
ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างรั้วชายแดนหลักเขตแดนที่ 52 -54 ในบริเวณบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ไปแล้วเกือบร้อยละ 80 และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569
หลังจากนั้นจะก่อสร้างในช่วงที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึง ถึง 59 อีกประมาณ 7.07 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 8.38 กิโลเมตร
โดยรูปแบบเป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ความสูง 3.35 เมตร ซึ่งออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรงรองรับการกระแทก ,การยิงด้วยอาวุธปืน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และรองรับภารกิจด้านความมั่นคง
ทั้งนี้โครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ รั้วชายแดน บังเกอร์หลุมบุคคล และหลุมหลบภัย ตามที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหทัยทิพย์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ การคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนตามแนวชายแดน และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
พร้อมกันนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ชี้แจงเหตุผลที่ต้องทำประตูบานพับบริเวณ หลักเขตแดนที่ 52 ไม่สร้างรั้วชายแดนทับว่า หลักเขตแดนจะเป็นข้ออ้างอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ หากเราไปกระทำสิ่งใด แล้วเขาไปพูดว่า เราไปสร้างผลกระทบต่อหลักเขต ก็จะมีประเด็นอื่นขึ้นมา
ดังนั้นเราต้องแสดงให้เห็นว่า บริเวณนี้เราไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง แต่เราก็รักษาสิทธิของเราไว้ชัดเจน ซึ่งเดิมบริเวณนี้เราก็คิดหนักว่า จะใช้วิธีใด เดิมทีจะใช้วิธีคร่อมปิดเอาไว้เลย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เรามีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งจะต้องมีการสำรวจ อันนี้หมายถึงอนาคต ไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ซึ่งจะต้องทำเผื่อไว้ หากปิดไปเลย เมื่อถึงเวลาก็ต้องมาเจาะ มารื้อ มาทุบ
เมื่อถามว่า เห็นด้วยกับที่กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาล ให้ชะลอการพูดคุยเขตแดนทางบก โดยเอาเรื่องทางทะเล ภายใต้กฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ก่อนหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า “เราจะไปอยู่ในพื้นที่เขาไหม ไม่ไปหรอก เรื่องอะไร เราจะไปพื้นที่เขา ต้องมาคุยในพื้นที่กลาง อย่าไปอยู่ในจุดที่เขาอยากให้เราคุย“
Advertisement