
(10 ก.ค. 2569) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.อ.พิทยา โกมลแมน รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง กรมข่าวทหารบก ในฐานะผู้แทนกองทัพบก ลงพื้นที่กองกำลังบูรพา เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการรับตัวคนไทยทั้ง 79 คน ซึ่งถูกทางการกัมพูชาส่งตัวกลับประเทศไทย หลังถูกจับกุมจากปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ในประเทศกัมพูชา
การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ กองกำลังบูรพา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ตำรวจสอบสวนกลาง กองร้อยทหารพรานที่ 1201 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว (พม.) สำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การรับตัวคนไทยกลับประเทศเป็นไปตามมาตรฐานด้านความมั่นคงและหลักสิทธิมนุษยชน
ผู้ถูกส่งกลับทั้งหมด 79 คน แบ่งเป็น ชาย 45 คน และหญิง 34 คน ได้รับการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสารการเดินทาง การยืนยันตัวบุคคล การบันทึกลายนิ้วมือและข้อมูลประจำตัว การตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการซักถามข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเชิงลึกตาม National Referral Mechanism (NRM) กลไก NRM เป็นระบบที่ประเทศไทยนำมาใช้เพื่อคัดกรองบุคคลที่อาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การหลอกลวงให้ทำงานผิดกฎหมาย การบังคับใช้แรงงาน หรือการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล เพื่อแยกผู้เสียหายออกจากผู้กระทำผิด และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้รับการคุ้มครอง ช่วยเหลือ และฟื้นฟูตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ถูกส่งกลับจำนวน 5 ราย มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีรวม 20 คดี จึงถูกแยกเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ โดยตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ก่อนดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากการตรวจสอบด้านความมั่นคงแล้ว สำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว ยังได้ตรวจสอบเอกสารการเดินทางไปทำงานในประเทศกัมพูชาของผู้ถูกส่งกลับทุกคน เพื่อพิจารณาว่าเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากผู้ใดไม่สามารถแสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ไปทำงานต่างประเทศตามที่กฎหมายกำหนด จะถูกดำเนินการตาม พระราชบัญญัติการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ซึ่งกำหนดโทษ ปรับไม่เกิน 5,000 บาทต่อราย
สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดกรองและเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการดูแลด้านมนุษยธรรมในเบื้องต้น ทั้งการประเมินสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ การให้คำปรึกษา การแจ้งสิทธิ การประสานครอบครัว การจัดหาที่พักชั่วคราวในกรณีจำเป็น รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปลอดภัย
ในส่วนของผู้ที่ตรวจพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดหลักความเป็นธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนตลอดกระบวนการ
พ.อ.พิทยา โกมลแมน กล่าวว่า การรับตัวคนไทยกลับประเทศครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกองทัพบก หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานพลเรือน ที่ดำเนินการภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทุกคนจะได้รับการพิจารณาตามข้อเท็จจริง หากเป็นผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แต่หากพบการกระทำผิดก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น
พร้อมกันนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ เครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ และการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยประเทศไทยยังคงประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ คุ้มครองประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบังคับใช้กฎหมายของไทย
การรับตัวคนไทยทั้ง 79 คน ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นภารกิจด้านมนุษยธรรมในการนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านความมั่นคง การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นฐานของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในอนาคต
Advertisement