
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 4 ก.ค. 69 ร.ต.อ.ชาย พลศรี พงส.สภ.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจาก น.ส. ทัศนีย์ ตีสิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บ้านคลองสวนว่า มีชายปีนเสาอากาศวิทยุความสูง 70 เมตร ภายในวัดจันทร์แก้วเพ็ชรถาวรวนาราม หมู่ที่ 1 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้นำอุปกรณ์เร่งให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุภายในวัด พบเสาอากาศวิทยุซึ่งตั้งอยู่ริมทางเดินเข้าวัดความสูง 70 เมตร บริเวณยอดเสาพบ นาย อมร (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน นั่งห้อยขาอยู่บริเวณช่องว่างของเสา โดยในพื้นที่มีฝนตกลงมาตลอดเวลา บริเวณใต้ต้นไม้ใกล้ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุจอดอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ให้ผู้ก่อเหตุยอมลงมาด้านล่างนานกว่า 1 ชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล ก่อนที่จะประสานภรรยาและหลานชายของผู้ก่อเหตุมาช่วยกันเกลี่ยกล่อมนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยอมปืนลงมาสู่พื้นด่านล่างเป็นที่โล่งใจต่อบรรดาญาติ และเจ้าหน้าที่ทุกคน
จากการสอบถาม นาย สิทธิพร (สงวนามสกุล) อายุ 20 ปี หลานชาย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นน้าชาย มีอาชีพรับเหมาบิ้วอินตามบ้านเรือน และสถานที่ที่ผู้รับเหมาอีกส่วนหนึ่งจะว่าจ้าง ก่อนเกิดเหตุน้าชายตนออกจากบ้านพัก ซึ่งอยู่ก่อนถึงวัดประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่วงสายของวานนี้ คิดว่าน้าชายออกไปหาปลา กระทั่งภรรยาของผู้ก่อเหตุได้พบจดหมายในห้องนอนเขียนระบุว่า “ขอโทษนะครับที่ทำแบบนี้ ดูแลหลานให้ดีนะครับ”
หลังจากนั้นตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหาทั้งวันทั้งคืนแต่ไม่พบตัว กระทั่งเมื่อเช้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ไปยังมือถือของภรรยาผู้ก่อเหตุว่าพบผู้ก่อเหตุปืนอยู่ยอดเสาวิทยุสื่อสารภายในวัด จึงรีบเดินทางมาดูพร้อมพยายามเกลี้ยกล่อมจนยอมลงมาสู่ด้านล่าง ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุบ่นเรื่องเบิกเงินไม่ได้ เพราะต้องมีค่าจ่ายหลายอย่าง เคยส่งไลน์ไปเบิกเงินกับผู้รับเหมาแล้วหลายรอบแต่ผู้รับเหมาไม่ยอมตอบทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดอาการเครียดจึงตัดสินใจปืนเสา
สอบถาม นาง ประกาย (สงวนนามสกุล) อายุ55 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุทราบว่า ตนเองมีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นสามีของตนเองมีอาชีพเป็นช่างรับบิ้วอินตกแต่งภายใน ตนเองและผู้ก่อเหตุอยู่กินกันฉันสามีภรรยามานานกว่า 10 ปีแล้ว ผู้ก่อเหตุได้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเที่ยง เพราะตนจะชวนกินข้าว แต่หาสามีไม่พบ ตนคิดว่าสามีน่าจะออกไปหาปลา แต่มาพบจดหมายในห้องนอน จึงได้ให้หลานออกตามหาทั้งวัดทั้งคืนแต่ไม่พบ
ส่วนสาเหตุที่สามีทำในครั้งนี้ เนื่องจากเบิกค่างวดที่ทำงานไว้ไม่ได้ เพราะงานเสร็จแล้ว เคยทักไปขอเบิกกับผู้รับเหมาแต่ไม่มีคำตอบ จึงทำให้เกิดความเครียด เพราะเนื่องจากมีค่างวดรถจักรยานยนต์และรถกระบะที่ไฟแนนซ์ติดตามทวงถามมูลค่า 20,000 บาท พร้อมค่าเช่าที่อีก 6,000 บาท ซึ่งสามีของตนเองและหลานที่ไปทำงานด้วยต่างก็ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงค่าแรงค่าน้ำมันและค่าทางด่วน ตนเองมาทราบเรื่องภายหลังเนื่องจากมาที่ห้องพักและพบข้อความของสามีที่เขียนบรรยายไว้ ลักษณะตัดพ้อในชีวิต ขอโทษภรรยาที่ตนทำแบบนี้ และให้ดูแลหลานให้ดี และในวันนี้ตนเองมาซื้อของอยู่ที่ตลาดเพื่อจะเตรียมเปิดร้านเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาแจ้งว่า สามีของตนเองอยู่บนยอดเสาไฟฟ้า ให้ตนเองรีบกลับมา
“เงิน 200,000 บาทที่สามีของตนเองทวงนั้น ทวงจากช่างแบบซึ่งเป็นนายจ้าง เพราะเนื่องจากมีค่างวดรถจักรยานยนต์ค้างติดกันสองงวดแล้ว ส่วนค่างวดรถยนต์มีค้างหรือไม่ตนเองไม่แน่ใจ ซึ่งตอนนี้ยังทวงเงิน 2 แสนบาทไม่ได้เลย”
Advertisement