
จากกรณี ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทลายแหล่งกบดานลักลอบแก้ไขกระดาษคำตอบสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 พบเป็นขบวนการใหญ่โกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งพบหลักฐานมีการเรียกรับเงิน เพื่อแก้ข้อสอบ 3.5 แสน สำหรับตำแหน่งทั่วไป และที่แข่งขันสูง 7-8 แสนบาท มูลค่าความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท
วันที่ 26 มิ.ย. 69 ที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดโปงขบวนการโกงข้อสอบท้องถิ่นว่า เรื่องการโกงข้อสอบดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ต้องยอมรับโดยตรงว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมายาวนานมากแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด และเรื่องการโกงข้อสอบที่เกิดขึ้นนั้นก็ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะตัวผู้เข้าสอบเองที่หมดความเชื่อมั่นต่อขั้นตอนกระบวนการในการสอบคัดสรรเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น
ซึ่งก็คิดว่าเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุด ที่จะต้องนำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมา และจากเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ตนยังคิดต่อไปอีกว่าผลประโยชน์จากการทุจริตโกงข้อสอบนั้นเป็นสาเหตุหนึ่ง ในการที่ส่วนกลางนั้นไม่ยอมให้ท้องถิ่นหรือจังหวัดเปิดตรวจสอบเองโดยตรง ตนมองว่าการที่ท้องถิ่นหรือจังหวัดนั้นเปิดสอบเองสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่า และมีความโปร่งใสกว่า เพราะท้องถิ่นนั้น นายกฯ มาจากการเลือกตั้ งซึ่งถ้ามีข่าวทุจริตเกี่ยวกับการสอบ ทางนายกฯ เองต้องเป็นคนรับผิดชอบ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการเล่นการเมืองท้องถิ่นหรืออาจจะทำให้หมดอนาคตการเมืองท้องถิ่นไปเลย
นายกนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้บรรดาผู้เข้าสอบนั้นยอมเสียเงินหลัก 100,000 บาท เพื่อแลกกับการเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่มีเงินเดือนสตาร์ทอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาทนั้น ตนคิดว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกของตนเองนั้น มีความมั่นคงทางหน้าที่การงาน อีกทั้งยังเป็น ที่เชิดหน้าชูตาต่อวงศ์ตระกูล จึงทำให้ผู้ปกครองบางรายนั้นยอมที่จะเสียเงินหลัก 100,000 บาท เพื่อแลกให้กับลูกของตัวเองนั้น ได้เป็นข้าราชการท้องถิ่น
อีกทั้งสวัสดิการที่ได้รับจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่นนั้น ก็ไม่ต่างจากข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีทั้งบำนาญสวัสดิการต่างๆ ครบถ้วน และอีกสาเหตุหนึ่งที่ตนคิดว่าน่าจะมีผลต่อการทำให้จ่ายเงินแลกกับกับตำแหน่งก็คือ ผลประโยชน์ที่จะได้รับในตอนสิ้นปี เนื่องจากเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะมีโบนัสให้กับข้าราชการที่ผ่านการประเมิน และมีผลงานการปฏิบัติงานเป็นที่ยอมรับของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะมีโบนัสให้ในแต่ละปีไม่เกินสองเท่า ซึ่งถ้ารวมจากหลายปัจจัยที่กล่าวมาแล้วนั้นก็เพียงพอ และคุ้มค่าต่อการลงทุนที่จะยอมเสียเงินแลกกับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น
ทั้งนี้นายกเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ยังได้เปิดเผย อัตราเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการท้องถิ่น ตั้งแต่บรรจุครั้งแรกจนไปถึงเกษียณราชการว่า สำหรับข้าราชการท้องถิ่นที่บรรจุใหม่ในระดับปฏิบัติการก็จะเริ่มสตาร์ทเงินเดือนที่ 18,000 บาท และก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี ตามผลงานการปฏิบัติงาน ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี และสอบเลื่อนตำแหน่งได้ จนถึงขั้นเป็นผู้บริหารก็จะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือผู้บริหารชั้นต้น ผู้บริหารชั้นกลาง และผู้บริหารชั้นสูง
ซึ่งเป็นตำแหน่งในผู้อำนวยการกองงานต่างๆ ของเทศบาล อัตราเงินเดือนของผู้บริหารระดับต้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 - 50,000 บาทต่อเดือน ผู้บริหารระดับกลางก็จะอยู่ที่ ประมาณ 50,000 ถึง 60,000 บาทต่อเดือน และตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ก็จะอยู่ตั้งแต่ประมาณ 60,000 จนไปถึง 80,000 บาทต่อเดือน จนถึงเกษียณก็อาจจะจะมีเงินเดือนไปแตะ 90,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานและการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการคนนั้นๆ
Advertisement