
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ. ประภา สอนใจดี ผู้แทนศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ถ้อยแถลงของสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการบริหารจัดการด่านชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า ประเทศไทยเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็น และไม่ประสงค์ตอบโต้ผ่านวาทกรรมหรือการกล่าวหากันไปมา
พล.อ.อ. ประภา กล่าวว่า มาตรการบริหารจัดการด่านชายแดนของฝ่ายไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ภายใต้สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหว โดยมิได้มุ่งสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนของประเทศใด แต่เป็นการดำเนินมาตรการตามความจำเป็นด้านความมั่นคง เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน
ประเทศไทยเชื่อมั่นว่าประชาชนทั้งสองประเทศมีความเข้มแข็งและสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ พร้อมย้ำว่าประชาชนไม่ควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือความขัดแย้งระหว่างรัฐ เนื่องจากประชาชนคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและควรได้รับการคุ้มครองจากทุกฝ่าย
ผอ.JIC กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 รวมทั้งยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี การเจรจา และกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยความอดทน รอบคอบ และเคารพซึ่งกันและกัน อันเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพตามแนวชายแดน
“เป้าหมายของไทยไม่ใช่การทำให้ฝ่ายใดอ่อนแอ แต่คือการรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และสันติภาพตามแนวชายแดน เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถดำรงชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันได้อย่างปกติและยั่งยืน” พล.อ.อ. ประภา กล่าว
ทั้งนี้ ไทยยืนยันจุดยืนสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. ไทยไม่ขอแลกเปลี่ยนวาทกรรมตอบโต้ 2. มาตรการบริหารจัดการชายแดนของไทยมีเป้าหมายด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน 3. เป้าหมายสูงสุดคือการรักษาพื้นที่ชายแดนให้มีความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย และ 4. ไทยยืนยันความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสร้างสรรค์ พร้อมมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาคโดยรวม
Advertisement