
ตามที่กรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 3 มิ.ย. 69 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้กำชับทุกอำเภอและหมู่บ้านเร่งประชาสัมพันธ์ ค้นหา และติดตามประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้มาดำเนินการรักษาสิทธิภายในวันที่ 21 มิ.ย. 69 นั้น
วันที่ 16 มิ.ย. 69 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองได้ขับเคลื่อนภารกิจผ่านกลไกฝ่ายปกครองทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน อำนวยความสะดวก และติดตามประชาชนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการของรัฐตามสิทธิที่ควรจะได้รับ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 มิ.ย. 69 พบว่า กลุ่มเป้าหมายเดิม หรือกลุ่มประชาชนที่เคยอยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 แต่ยังไม่ได้กดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่าน 5 ช่องทางของกระทรวงการคลัง จำนวน 13,173,973 คน ได้ดำเนินการยืนยันสิทธิแล้ว 12,217,472 คน คิดเป็นร้อยละ 93 ยังคงเหลืออีก 956,501 คน (คนที่ยังไม่ยืนยันสิทธิ จำนวน 956,501 คน ขอให้รีบไปยืนยันตัวตนผ่าน 5 ช่องทางของกระทรวงการคลังหรือ แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ ผู้นำชุมชน ฯลฯ ช่วยเหลือดำเนินการภายในวันที่ 21 มิ.ย. 69)
ส่วนกลุ่มประชาชนตกหล่นที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการช่วยเหลือ จำนวน 1,047,520 คน ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิแล้ว 974,724 คน คิดเป็นร้อยละ 93.05 ยังคงเหลืออีก 72,796 คน โดยได้กำชับให้ทุกพื้นที่จัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน ชุมชน และประชาคมหมู่บ้าน/ชุมชน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 มิ.ย. 69 เพื่อร่วมกันตรวจสอบและรับรองบัญชีรายชื่อให้ถูกต้องครบถ้วน
ขณะที่กลุ่มประชาชนนอกเหนือบัญชีรายชื่อเดิม ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์รับสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่ามีผู้มาลงทะเบียนแล้วจำนวน 4,375,589 คน
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ได้กำชับทุกจังหวัดและทุกอำเภอเร่งดำเนินงานผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารงานอำเภอแบบบูรณาการ (ก.บ.อ.) ตรวจสอบและสอบทานข้อมูลของกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 ให้ครบถ้วน พร้อมยืนยันส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบภายในวันที่ 21 มิ.ย. 69 เวลา 23.59 น. เพื่อส่งต่อให้กระทรวงการคลังนำไปตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการรักษาสิทธิ รีบติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและความช่วยเหลือจากภาครัฐ”
Advertisement