
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA โพสต์เฟซบุ๊ก ไขปริศนากรณี เกาะวงกลมลึกลับ ที่ปทุมธานี ระบุว่า
โซเชียลตั้งคำถาม! ปริศนา "เกาะวงกลมลึกลับ" ปทุมธานี ธรรมชาติรังสรรค์ หรือ ฝีมือมนุษย์ซ่อนเร้น?
จากกรณีที่ รองศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ "เกาะวงกลมปริศนา" หรือที่เริ่มมีคนเรียกว่า "ดวงตาเมืองไทย" บริเวณใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเกาะ El Ojo ในอาร์เจนตินานั้น เราลองมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสาเหตุการเกิดเกาะวงกลมนี้อาจเกิดจากอะไรได้บ้าง? ซึ่งรูปทรงเกาะที่เป็นวงกลมเกือบสมบูรณ์แบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ครับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ (เทียบเคียงกับปรากฏการณ์ El Ojo) ที่มีความเป็นไปได้
คือ เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ (Rotating Floating Island)
เกาะ El Ojo ของจริงในอาร์เจนตินานั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่แผ่นดินที่ติดกับก้นบึ้ง แต่เป็น "แพวัชพืชและดิน" ที่ลอยตัวอยู่บนน้ำ เมื่อพื้นที่ตรงนั้นมีกระแสน้ำไหลเวียนวนอยู่ใต้น้ำ หรือมีกระแสลมพัดสม่ำเสมอ จะทำให้แพวัชพืชนี้ "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนนี้ทำให้ขอบเกาะเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกไปเรื่อยๆ จนถูกขัดเกลาให้กลายเป็นรูปวงกลมสมบูรณ์ทั้งตัวเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ พื้นที่ปทุมธานีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและมีวัชพืชน้ำหนาแน่น จึงมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่จะเกิดแพวัชพืชหรือเกาะดินขนาด 100 เมตรที่ขาดออกจากฝั่งและหมุนจนกลมในลักษณะเดียวกัน
ทะเลสาบรูปแอก (Oxbow Lake)
พื้นที่ปทุมธานี อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างซึ่งมีแม่น้ำคดเคี้ยว เมื่อเวลาผ่านไป กระแสน้ำอาจกัดเซาะและเปลี่ยนทิศทางจนตัดขาดทางน้ำเดิม เกิดเป็นเกาะหรือร่องน้ำโค้งที่ถูกทิ้งร้าง แม้ว่าโดยปกติจะไม่ได้มีรูปทรงเป็นวงกลมเป๊ะๆ แต่สภาพตะกอนทับถมในอดีตก็อาจทิ้งร่องรอยพื้นที่ตรงกลางที่กลมมนไว้ได้
เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ในอดีต (Anthropogenic Activity)
อาจจะเป็นร่องรอยเกษตรกรรม หรือการจัดการที่ดิน นี่คือสมมติฐานที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากในบริบทของประเทศไทย พื้นที่ปทุมธานีมีการทำเกษตรกรรม การขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำร่องสวน หรือการขุดแก้มลิงมานาน พื้นที่นี้อาจเคยเป็นพื้นที่ที่มีการจงใจขุดร่องน้ำล้อมรอบเป็นวงกลม (เช่น โคกหนองนา สระน้ำโบราณ หรือบ่อขุดเพื่อการเกษตร/อุตสาหกรรม) เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีและถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน พืชพรรณตามธรรมชาติจึงขึ้นปกคลุมจนแน่นทึบ ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงดูเหมือนเกาะลึกลับกลางป่า
ข้อมูล GISTDA จะมีภาพนี้หรือไม่? และจะช่วยไขปริศนาได้อย่างไร?
GISTDA มีภาพของพื้นที่ตรงนี้อย่างแน่นอนครับ ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 เห็นพื้นที่บริเวณดังกล่าวจริง แม้ว่าประเด็นนี้จะเพิ่งเป็นข่าวไวรัล และ GISTDA อาจจะยังไม่ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ออกมาอย่างเป็นทางการในทันที แต่ฐานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA (และพันธมิตรระดับโลก) มีการบันทึกภาพครอบคลุมประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือ "กุญแจสำคัญ" ในการวิเคราะห์หาความจริง ดูการเปลี่ยนแปลงย้อนหลัง (Time-Series Satellite Imagery) วิธีนี้จะให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด หากมีการดึงภาพจากดาวเทียมย้อนหลัง (Historical imagery) มาดู หากภาพในอดีตพบว่าที่ตรงนี้เคยเป็นที่นาปกติ แล้วจู่ๆ ก็มีรอยขุดด้วยเครื่องจักรจนเป็นวงกลม ก็ฟันธงได้ว่าเป็น "ฝีมือมนุษย์" แต่หากภาพย้อนหลังชี้ว่าพื้นที่นี้ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างจากทรงเรขาคณิตที่ไม่แน่นอน แล้วถูกธรรมชาติขัดเกลาจนกลมขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสนับสนุนทฤษฎี "ธรรมชาติสร้าง"
การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ (Motion Tracking)
ความพิเศษของเกาะ El Ojo ที่อาร์เจนตินา คือ มันขยับได้ หากนำภาพถ่ายจากดาวเทียมในแต่ละช่วงเวลามาเทียบกัน แล้วพบว่าเกาะที่ปทุมธานีมีการเลื่อนตำแหน่งชิดขอบแอ่งน้ำฝั่งซ้ายที ขวาที ไม่ได้อยู่ตรงกลางจุดเดิมตลอด นั่นคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเป็น "เกาะลอยน้ำตามธรรมชาติ" (Floating Island)
ภาพถ่ายความละเอียดสูง (High-Resolution Imagery)
ปัจจุบันดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ของไทยอย่าง THEOS-2 มีความละเอียดภาพสูงถึงระดับ 50 เซนติเมตร GISTDA สามารถสั่งถ่ายภาพเจาะจงบริเวณนี้เพื่อซูมดูพื้นผิวว่า มีร่องรอยของเศษซากสิ่งก่อสร้าง หรือมีโครงสร้างที่บอกว่าเป็นฝีมือมนุษย์ซ่อนอยู่ใต้เงาต้นไม้หรือไม่
และจากการลงพื้นที่จริงด้วยการบินถ่ายภาพจากโดรนวันที่ 8 มิถุนายน 2569 พบว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นเกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้ (Rotating Floating Island) ที่หมุนรอบตัวเอง อย่างช้าๆ ตลอดเวลา ทำให้กลายเป็นวงกลม ซึ่งถือเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นตามวิถีธรรมชาติ
Advertisement