
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ กรณีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี สูงกว่าราคาในท้องตลาด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 44,574,012 บาท
จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า ในปีงบประมาณ 2555 และ 2556 นายชาญ พวงเพ็ชร์ ขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี ได้สั่งการให้บรรจุโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายตามข้อเสนอของสมาชิกสภา อบจ.ลงในแผนพัฒนาสามปี และข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี โดยไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ ยังพบว่า นายสถาพร วงศ์พานิช ผู้อำนวยการกองช่าง และ นายประเทือง กันธสมาส วิศวกรโยธา 8 วช ไม่ได้ทำการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง แต่กลับนำราคาเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อในปีก่อนหน้า ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้เป็นราคาประมาณการ ทั้งที่รายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน อีกทั้งในขั้นตอนการจัดซื้อก็ไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางแต่อย่างใด ก่อนที่นายชาญจะอนุมัติจัดซื้อรวม 2 ปีงบประมาณ จำนวน 12 สัญญา (151 ชุด) เป็นเงินทั้งสิ้น 74,118,500 บาท
จากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยสืบราคาเครื่องออกกำลังกายที่มีลักษณะใกล้เคียงกันจากผู้จำหน่ายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง พบว่าราคาเฉลี่ยที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณชุดละ 195,658.86 บาท เท่านั้น แต่ อบจ.ปทุม ธานี กลับจัดซื้อในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดถึงชุดละ 304,341.14 บาท ทำให้ อบจ.ปทุมธานี ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 44,574,012 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติเห็นชอบว่า นายชาญ พวงเพ็ชร์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 , พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 77 ขณะที่ นายสถาพร วงศ์พานิช และ นายประเทือง กันธสมาส มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุน และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา พร้อมส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการทางวินัย และแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบต่อไป
Advertisement