
(4 มิ.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่หน่วยทหารปฏิบัติการในพื้นที่ช่องบกตรวจพบ และ ถ่ายภาพ การวางทุ่นระเบิดดักรถถังชนิดแสวงเครื่อง ของทหารกัมพูชา ที่วางกำลัง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเนิน 745 และ อยู่ ด้านหน้าแนวการวางกำลังของฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยได้ทำหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา เพื่อขอคำชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุดในวันนี้ (4 มิ.ย. 2569) ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือตอบกลับต่อการประท้วงดังกล่าว โดยปฏิเสธการวางวัตถุระเบิดแสวงเครื่องบริเวณเนิน 745 พร้อมระบุในหนังสือชี้แจงว่า ได้รับหนังสือจากฝ่ายไทยเกี่ยวกับการตรวจพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Device : IED) ในพื้นที่มอมเบย หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า "ช่องบก" ใกล้ภูเขา 745 และได้ตรวจสอบแล้ว
กัมพูชาระบุว่า ได้พิจารณาข้อมูลที่ฝ่ายไทยส่งมาอย่างรอบคอบแล้ว แต่จากข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือเพียงเท่าที่ได้รับ ยังไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันได้ถึงแหล่งที่มา ประเภท วันเวลาที่นำไปวาง หรือความเป็นเจ้าของของวัตถุดังกล่าว ว่าเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังยืนยันว่า กองทัพกัมพูชาไม่เคยมีส่วนร่วม หรือให้การสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ที่มุ่งสร้างความตึงเครียด คุกคามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อพันธกรณีของกัมพูชาในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ การส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางสันติ
ด้วยเหตุนี้ กัมพูชาจึงปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่ากัมพูชาเป็นผู้รับผิดชอบต่อการนำวัตถุระเบิดดังกล่าวไปวางไว้ พร้อมเห็นว่าการสื่อสารโดยตรงและความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหาลักษณะนี้
ในหนังสือฉบับเดียวกัน กัมพูชายังให้คำมั่นว่าจะยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ รวมถึงแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมทั่วไป (General Border Committee : GBC) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด และยืนยันว่ากองทัพกัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความไว้วางใจซึ่งกันและกันตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย ผ่านการเจรจาและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้หนังสือตอบกลับของกัมพูชาจะปฏิเสธความรับผิดชอบทุกประการ และอ้างว่าไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุระเบิดได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยมีอยู่กลับสวนทางกับคำชี้แจงดังกล่าว เนื่องจากฝ่ายไทยสามารถบันทึกภาพขณะทหารกัมพูชานำวัตถุระเบิดเข้าไปวางในจุดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดย จากเครื่องแต่งกายระบุว่าเป็น กำลังพล ของ กองพล น้อยทหารราบ ที่ 21 ภูมิภาคทหารที่ 2 กองทัพแห่งชาติกัมพูชา
ภาพหลักฐานที่ปรากฏจึงกลายเป็นคำถามสำคัญต่อคำปฏิเสธของกัมพูชา ว่าเหตุใดจึงยังยืนยันว่าไม่ทราบที่มาและไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้ ทั้งที่ภาพเหตุการณ์ได้บันทึกพฤติการณ์การนำระเบิดแสวงเครื่องเข้าพื้นที่ไว้ชัดเจนอยู่แล้ว
Advertisement