
วันที่ 2 มิ.ย. 69 แหล่งข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธเข้าประชิดเจ้าหน้าที่ทหารไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยมีการโต้เถียงและส่งเสียงดังใส่กัน จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
แหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของฝั่งกัมพูชา พร้อมข้อความในลักษณะแสดงศักยภาพและความกล้าของกำลังพล
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุพิกัดหรือรายละเอียดของพื้นที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่บริเวณช่องบก ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีลักษณะนี้แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยและอยู่ร่วมกันได้
ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์ของไทย มีการแชร์คลิปดังกล่าวและแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งในเชิงสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย และแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าว ระบุอีกว่า กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่จะยึดกฎการปะทะเพื่อป้องกันตนเองเป็นหลัก ก่อนดำเนินการตามแนวทางของหน่วยเหนือ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวจากทางราชการที่น่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณในการรับชมสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า การเผยแพร่คลิปหรือข้อมูลบางส่วนในโลกออนไลน์ อาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนแชร์หรือแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แหล่งข่าว ยังระบุอีกว่า มีความพยายามสร้างกระแสจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทราบดีว่าคนไทยมีความรักชาติ จึงมีการเผยแพร่เนื้อหาหรือคลิปเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนไทย ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยบางส่วนก็นำเนื้อหาดังกล่าวมาขยายต่อ จนกลายเป็นกระแสและทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจหรือวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ขวัญ และกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่
แหล่งข่าว ระบุเพิ่มเติมว่า ทหารทุกนายตระหนักดีว่าการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจำเป็นต้องยึดกฎการปะทะ ข้อสั่งการ และข้อตกลงที่มีต่อกันในทุกระดับ การตอบโต้ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมอาจไม่สามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติในอนาคต
พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และไม่หลงไปตามกระแสยั่วยุ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น อย่างที่เผยแพร่ในคลิป ซึ่งเป็นการเผยแพร่เพียงช่วงเดียว แต่พอหลังจากหลังจากนั้น ทางฝั่งกัมพูชาก็ถอยกลับที่ฐานเหมือนเดิม
Advertisement