
2 มิ.ย. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.แอนศิริ วลัยกนก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายมหัทธวัฒน์ พรเภตรา ผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนทุ่งครุพัฒนา เพื่อนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่เป็นปัญหาหลักในพื้นที่ โดยในช่วงเช้า นายชัยวัฒน์ ได้พบปะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาผู้สูงอายุและปัญหารถติด ก่อนจะขึ้นรถแห่ไปยังบ้านของ “ลุงแหวง” ผู้ป่วยติดเตียงจากการลื่นล้มภายในบ้านเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยภรรยาของลุงแหวงเป็นผู้ดูแล เล่าให้ฟังว่าต้องดูแลกันเอง เนื่องจากไม่มีลูกหลาน ซึ่งการเรียกรถไปโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ต้องจ้างคนรับส่งครั้งละ 1,000-3,000 บาท หากจะเรียกบริการของภาครัฐ ก็ต้องจองคิว ซึ่งยากมาก โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเห็นแล้วรับรู้ได้ถึงความยากลำบากในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ตนได้มาเยี่ยมแล้วรู้สึกว่าเหมือนพ่อของตน เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียงเหมือนกัน พร้อมรับปากว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่า กทม. จะมีนโยบายให้ผู้ช่วยเข้ามาดูแลสัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง
โดยนายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการเยี่ยมลุงแหวงว่า เรามีนโยบายที่จะช่วยเหลือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 15,000 คน และจำนวนมากอาศัยอยู่ในเขตทุ่งครุ นโยบายผู้ป่วยติดเตียงของเราจะสร้างงานอาสาสมัครมาดูแลผู้สูงอายุ ทำเป็นงานประจำเลย จากเดิมที่เป็นลักษณะงานอาสา แล้วรายได้ค่อนข้างน้อย ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ทำให้การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หากเรามีผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้มาตรฐาน ได้เงินเดือนขั้นต่ำชั่วโมงละ 120 บาท หากดูแลผู้ป่วยสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ก็ตกเดือนละ 15,000 บาท สามารถสร้างงานประจำได้ประมาณ 5000 ตำแหน่งเข้ามาเสริมครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ติดเตียง
ส่วนที่ผู้ป่วยติดเตียงแต่ละคนต้องใช้เงินเรียกรถไปสถานพยาบาลรอบละหลักพันบาท นายชัยวัฒน์ ระบุว่า เป็นภาระเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอีกมาก สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง โดยเราจะมีนโยบายช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แม้ของเดิมสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีการให้สิทธิ์อยู่แล้วแต่ปัญหาที่เรารับฟังจากประชาชน คือต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานานและมีสิทธิ์ไม่เพียงพอกทม. จึงสามารถเข้ามาเสริมเรื่องนี้ได้ ด้วยตนคิดว่าจะมีรถมาเสริม ปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 เที่ยว เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียงสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น เราอยากทำให้ กทม. เป็นเมืองที่แคร์คนมากขึ้นและการแคร์ผู้ป่วยติดเตียงแคร์ผู้สูงอายุ ก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลคนใน กทม.
Advertisement