
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณคลองใหม่บางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ พบว่าตลอดแนวลำคลองสามารถมองเห็นฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมากว่ายรวมตัวกันอยู่ใต้ผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง บางจุดหนาแน่นจนมองเห็นเป็นกลุ่มสีดำปกคลุมทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณช่วงน้ำใสสามารถสังเกตเห็นฝูงปลาได้อย่างชัดเจน
จากการสำรวจยังพบชาวบ้านออกมาหว่านแหจับปลาในคลองตามปกติ โดยปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาหมอคางดำจำนวนมาก ภายในถุงและตาข่ายที่นำขึ้นมาจากคลองแทบไม่พบปลาพื้นถิ่นชนิดอื่นปะปนอยู่
นายนภา อ่อนสมัย อายุ 68 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเองออกมาหว่านแหจับปลาบริเวณคลองแห่งนี้เป็นประจำทุกวัน แต่ปัจจุบันปลาที่จับได้เกือบทั้งหมดเป็นปลาหมอคางดำ แตกต่างจากในอดีตที่คลองแห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ มีทั้งปลานิล ปลาสลิด ปลาตะเพียน และปลาพื้นถิ่นชนิดอื่นอาศัยอยู่จำนวนมาก ตอนนี้เหลือแต่ปลาหมอคางดำเป็นส่วนใหญ่ ปลาชนิดอื่นแทบไม่เหลือแล้ว ปลาพวกนี้กินได้ แต่เนื้อจะแน่นและแข็งกว่าปลานิล สถานการณ์ระบาดเป็นมาประมาณเกือบหนึ่งปีแล้ว ช่วงแรกชาวบ้านยังไม่รู้จักว่าคือปลาอะไร แต่หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลก็ทราบว่าเป็นปลาหมอคางดำ และที่สำคัญมันยังกินลูกปลาชนิดอื่นด้วย ทำให้ปลาพื้นถิ่นในคลองลดจำนวนลงอย่างมาก
ด้านนายวิเชียร กระทุ่มกลาง อายุ 55 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กล่าวว่า ตนเห็นสภาพคลองดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน พบว่าปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและขยายจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเช้าประมาณตีห้าถึงหกโมงเช้า จะเห็นปลาหมอคางดำขึ้นมารวมฝูงเต็มคลองตลอดแนว มองไปทางไหนก็เห็นแต่ปลาชนิดนี้ เมื่อก่อนยังมีปลาซิวและปลาอื่นให้เห็นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ปลาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำ แต่ยังส่งผลต่ออาชีพประมงพื้นบ้าน เนื่องจากปลาพื้นถิ่นที่เคยจับมาจำหน่ายหรือบริโภคลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ปลาหมอคางดำกลับเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในลำคลอง
ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ ศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศ และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง ก่อนที่ปัญหาจะขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดสมุทรปราการมากยิ่งขึ้น
Advertisement