
หลังจากที่นาย อนุชิต วิจิตรพงศ์ ชาวสวนบ้านคลองแอ่ง หมู่ 6 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ออกมาโวยเรื่องราคาเงาะโรงเรียนตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 22 บาท และเงาะสีทองราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 9 บาทนั้น
วันนี้ (26 พ.ค.69) นางระย่อม กะยุตา และเพื่อนชาวสวนอีก 2 คน ฝากผู้สื่อข่าวไปถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยว่า ขณะนี้ชาวสวนเงาะกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะราคาเงาะตกต่ำลงทุกวัน จนราคาเงาะสีทองต่ำกว่า 10 บาทแล้ว โดยวันนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 9 บาทเท่านั้น ขณะที่เงาะโรงเรียนเหลือเพียงกิโลกรัมละ 19 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวสวนแล้ว
นางระย่อม กะยุตา พาผู้สื่อข่าวสำรวจสวนเงาะพันธุ์สีทองของตนเอง พบว่ายังเก็บผลผลิตไม่หมด และยังเหลือผลผลิตอีกกว่าครึ่งของสวน แต่ราคากลับตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 9 บาทถ้าแบบนี้ไม่เรียกว่าเดือดร้อน แล้วจะเรียกว่าอะไร นางระย่อมกล่าว
นางระย่อมและเพื่อนชาวสวนระบุว่า นอกจากต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย ยา และสารเคมีทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว น้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำสวน ทั้งสำหรับเครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ และเครื่องพ่นยา ก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตจริงสูงกว่าที่สำนักงานเกษตรประเมินไว้ที่กิโลกรัมละ 10.45 บาท โดยชาวสวนมองว่าต้นทุนที่แท้จริงไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท
นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนค่าจ้างเก็บเงาะ ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-5 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพต้นเงาะและปริมาณผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นต้นเล็ก ต้นใหญ่ เงาะดก หรือเงาะไม่ดก ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคำนวณรวมทั้งหมด
ดังนั้น เมื่อราคาเงาะสีทองเหลือเพียงกิโลกรัมละ 9 บาท จึงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอยู่แล้ว และยังต้องแบกรับค่าจ้างเก็บผลผลิตเพิ่มอีกกิโลกรัมละ 3-5 บาท ทำให้ชาวสวนขาดทุนหนัก
นางระย่อมและเพื่อนชาวสวนกล่าวว่า ขณะนี้ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ความหวังของเกษตรกรและคนยากจนก็คือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่เมื่อชาวสวนต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้ กลับไม่มีหน่วยงานใดสามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ “หากรัฐบาลไม่มีความสามารถในการช่วยเหลือชาวสวนและชาวบ้าน แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร” ชาวสวนกล่าว พร้อมระบุว่า พ่อค้าหลายรายคาดการณ์ว่า ราคาเงาะอาจลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ชาวสวนจำนวนมากคงต้องเผชิญความเดือดร้อนหนักยิ่งกว่าเดิม
Advertisement