
(3 ต.ค. 2569) กรณีกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 กล่าวหากำลังทหารไทยพร้อมพระสงฆ์ไทย ดำเนินการชักธงชาติบริเวณประตูด่านระหว่างประเทศทมอดา ต.ทมอดา อ.เวลเวง จ.โพธิสัตว์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการกระทำดังกล่าวนั้น
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจากข้อมูลในพื้นที่ฝั่งไทย โดยยืนยันว่า ไม่มีพระสงฆ์ไทยเดินทางขึ้นไปดำเนินกิจกรรมหรือร่วมชักธงชาติบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนกำลังพลที่อยู่ในพื้นที่เป็นเพียงทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำการอยู่ตามแนวที่รับผิดชอบ ไม่ใช่การเคลื่อนกำลังเข้าไปยึดครองพื้นที่เพิ่มเติมตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหา
สำหรับพื้นที่บริเวณทมอดา ซึ่งอยู่ตรงข้ามพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านเขตแดนภายหลังสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยก่อนหน้านี้มีรายงานเกี่ยวกับการติดตั้งเสาธงชาติไทยบริเวณเนินพยัคฆ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สูงที่ฝ่ายไทยใช้ประโยชน์ด้านการตรวจการณ์และการวางกำลังทางทหาร
ทั้งนี้ ประเด็นการติดตั้งธงชาติและการประจำกำลังในพื้นที่ดังกล่าว ฝ่ายไทยยืนยันว่าเป็นการดำเนินการภายใต้การควบคุมและการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังทหารที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่การรุกล้ำเข้าไปในดินแดนของกัมพูชาแต่อย่างใด
ขณะที่แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่าการกระทำของฝ่ายไทยขัดต่ออนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1904 สนธิสัญญา ค.ศ. 1907 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 รวมถึงข้อตกลงลดความตึงเครียดตามถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตยและการรุกล้ำดินแดนยังเป็นจุดยืนที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้าง ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันการประจำกำลังในพื้นที่ตามแนวที่รับผิดชอบ โดยการพิจารณาประเด็นเขตแดนจำเป็นต้องอาศัยหลักฐาน แผนที่ และกลไกการเจรจาระหว่างสองประเทศ
สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกำลังพลและกิจกรรมบริเวณแนวชายแดน อาจส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชนทั้งสองประเทศ และบรรยากาศการลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
Advertisement