
จากกรณีที่มีสาวโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดบนรถเมล์ จับภาพเหตุการณ์ช่วงเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นาทีคุณแม่เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังลุกขึ้นเตรียมตัวจะลงรถเมล์ แต่รถเมล์เข้าโค้งเหวี่ยงจนคุณแม่เสียหลักล้มคว่ำ ศีรษะฟาดกับกระจกและขอบที่นั่งจนแขนเขียวช้ำ แต่พนักงานเก็บค่าโดยสารกลับไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือคนเจ็บแม้แต่น้อย แต่กลับตะโกนบอกคนขับว่า "กระจกรถแตก" และหันมาเรียกเก็บค่าเสียหายจากคุณแม่เป็นเงิน 4,300 บาท อ้างว่าเป็นความประมาทของผู้โดยสาร และบังคับให้ญาติเดินทางมาเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายที่อู่รถก่อน
ต่อมาเมื่อเดินทางไปโรงพัก ตำรวจชี้แจงว่าค่ารักษาพยาบาลใช้ พ.ร.บ. ของรถเมล์ได้ ส่วนค่ากระจก คนขับรถเมล์ได้ขอร้องให้ญาติช่วยจ่ายคนละครึ่งเป็นเงิน 2,000 บาท เนื่องจากเพิ่งมาทำงานใหม่และบริษัทไม่รับผิดชอบ ทางญาติจึงลงบันทึกประจำวันไว้ว่าจะพาแม่ไปรักษาตัวก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยเรื่องนี้
ส่วนการรักษาพยาบาล ทางบริษัทรถเมล์ระบุว่าต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลบางปะกอก 1 เท่านั้น ทั้งที่เหตุเกิดแถวหมอชิต ทำให้กว่าที่คุณแม่จะได้เข้าโรงพยาบาลก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ซึ่งล่าช้าไปมาก เมื่อไปถึงทางโรงพยาบาลแจ้งว่าหากไม่มีตัวแทนจากบริษัทรถเมล์มาด้วย ทางญาติจะต้องสำรองจ่ายเอง จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น
ล่าสุดคุณแม่มีอาการมึนศีรษะและอาเจียนต่อเนื่อง แพทย์จึงสั่งให้แอดมิทเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคุณแม่มีโรคประจำตัวทั้งโรคลมชัก หัวใจ และความดันโลหิตสูง ขณะที่ตัวแทนบริษัทประกันภัย 3 คน ได้เข้ามาขอโทษทางครอบครัวที่โรงพยาบาล และยอมรับว่าได้รับข้อมูลจากคนขับและกระเป๋ารถเมล์ไม่ครบถ้วน ส่วนเรื่องค่าเสียหาย 2,000 บาท ทางญาติยืนยันจะรอให้คุณแม่อาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลก่อน จึงจะกลับมาเจรจาอีกครั้ง
ลูกสาว จึงตั้งคำถามถึงมาตรฐานการดูแลผู้โดยสารของรถเมล์ไทย ชีวิตผู้โดยสารอยู่ที่ไหน?
Advertisement