
จากกรณี อุบัติเหตุรถไฟ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-5641 กทม. รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย บริเวณทางข้ามรถไฟ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณแยกอโศก–เพชรบุรี ใกล้สถานีรถไฟมักกะสัน ช่วงเช้าวันนี้การจราจรค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเป็นวันจันทร์ และเป็นช่วงเปิดเทอม ทำให้มีทั้งประชาชนเดินทางไปทำงาน และนักเรียนออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า ในช่วงที่รถไฟยังไม่มา ยังมีรถบางส่วนจอดค้างอยู่บนรางรถไฟ แต่ทันทีที่สัญญาณเตือนรถไฟดังขึ้น และไม้กั้นเริ่มทำงาน รถส่วนใหญ่ได้หยุดอยู่หลังเส้นเหลือง และเว้นระยะห่างจากรางรถไฟประมาณ 4 เมตร ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างเป็นระเบียบ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังไม่พบรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์คันใดขับฝ่าไม้กั้นแต่อย่างใด
สำหรับขบวนรถไฟขบวนแรกสายหัวลำโพง–อรัญประเทศ ขบวนที่ 275 ออกจากสถานีต้นทางเวลา 05.55 น. และมีกำหนดจอดบริเวณอโศกในเวลา 06.25 น. ก่อนเดินทางถึงปลายทางจังหวัดอรัญประเทศ เวลา 11.17 น.
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังสังเกตพบว่า มีเจ้าหน้าที่สายตรวจขององค์การขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ขสมก.) ลงพื้นที่บริเวณแยกอโศก–เพชรบุรี เพื่อคอยสังเกตการณ์และดูแลความเรียบร้อยของรถโดยสารสาธารณะทุกสาย ไม่ให้จอดคร่อมรางรถไฟในช่วงที่รถไฟกำลังจะผ่าน
นายวงค์มณี มณีวงษ์ เจ้าหน้าที่สายตรวจขององค์การขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับนโยบายให้เข้ามาดูแลพื้นที่บริเวณแยกอโศก–เพชรบุรี โดยจะกำชับรถเมล์สาธารณะทุกคันไม่ให้จอดคร่อมรางรถไฟในช่วงที่รถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้การประเมินสถานการณ์ หากเห็นว่ารถอาจขับผ่านไม่พ้น ก็จะไม่อนุญาตให้รถเมล์ขับเลยเส้นสีเหลืองเข้ามาในพื้นที่รางรถไฟ
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังสังเกตพบว่า บริเวณพื้นผิวถนนทั้งสองฝั่งของรางรถไฟ มีการปรับปรุงและปูพื้นถนนใหม่ เพื่อให้การสัญจรของประชาชนสะดวกและเรียบขึ้นกว่าเดิม
Advertisement