
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 จากกรณีกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกหนังสือประท้วงอย่างรุนแรง และปฏิเสธอย่างหนัก ต่อการตัดสินใจของกรมศิลปากรของไทย ในการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม โดยรวมปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา และโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชาแถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา ระบุว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ การขึ้นทะเบียนดังกล่าวปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ
กระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ถอนการขึ้นทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวโดยทันที และงดเว้นการดำเนินการฝ่ายเดียวใดๆ ที่จะบั่นทอนความพยายามของกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี
ด้านนางสมบูรณ์ ช่างเกวียน อายุ 68 ปี แม่ค้าขายพิซซ่า ชาว อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่าในฐานะที่เป็นคนไทย ไม่เห็นด้วยที่ทางกัมพูชา ออกหนังสือประท้วงในการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา และโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย ของกรมศิลปากร เพราะพื้นที่ปราสาทดังกล่าวเป็นของประเทศไทยมายาวนาน คนไทยไม่ยอมแน่นอน เพราะนิสัยกัมพูชาอยากได้แต่ของคนอื่น
ขณะที่นางเปย์ จันทา อายุ 62 ปี ช่างเย็บผ้า กล่าวว่าปราสาทเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ตนเองไม่เข้าใจว่ากัมพูชาจะทำหนังสือมาประท้วงมาทำไม ไม่อยากให้ทางกรมศิลปากรยกเลิกการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เพราะจะทำให้ทางกัมพูชาเคยตัวและได้ใจ
Advertisement