
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์คัดค้านอย่างรุนแรงต่อกรณีที่กรมศิลปากรของประเทศไทย ดำเนินการขึ้นทะเบียนกลุ่มปราสาทและแหล่งโบราณคดีบริเวณชายแดนเข้าสู่บัญชีโบราณสถานแห่งชาติของไทย โดยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ในแถลงการณ์ระบุถึงกลุ่มปราสาทและแหล่งโบราณคดีที่ไทยดำเนินการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว ประกอบด้วย กลุ่มปราสาทตาเมือน (Tamone Temple Complex) ปราสาทตาควาย (Ta Krabey Temple)ปราสาทคนาร (K’nar Temple) รวมถึงแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ตามแนวชายแดน
กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาระบุว่า การกระทำของฝ่ายไทยถือเป็นการดำเนินงานฝ่ายเดียวที่ "ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมาย" พร้อมทั้งย้ำว่าการขึ้นทะเบียนนี้ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดน หรือนำมาใช้ในการกำหนดเขตแดนได้
กระทรวงฯ อ้างว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยและการกำหนดเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทยจะต้องได้รับการแก้ไขตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1907 และตราสารที่เกี่ยวข้อง กระทรวงฯ ยังอ้างถึงกลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว เช่น บันทึกความเข้าใจ MOU 2543 ข้อกำหนดและเงื่อนไขปี 2546 และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตแดนร่วม
แถลงการณ์ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลไทย "ถอนการขึ้นทะเบียนที่ผิดกฎหมายนี้โดยทันที" และขอให้ระงับการกระทำใด ๆ ที่เป็นการบ่อนทำลายจิตวิญญาณแห่งการสนทนาอย่างสันติและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชายังคงยืนยันความพร้อมในการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป
Advertisement