
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand ระบุว่ากรณีมีการส่งต่อข้อความในโลกออนไลน์ “เกาหลีใต้” แบน 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น และมหาสารคาม ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รับการยืนยันแล้วว่า เป็นเรื่องจริง
เนื่องจากมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในภาคภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นการจัดส่งผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU (วีซ่า E-8) ด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรหรือประมงตามฤดูกาล จากพื้นที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บางส่วนหลบหนีนายจ้าง ส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) แรงงานงานที่กระทำผิด และมีการตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31ธันวาคม 2569
วันนี้ ( 12 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม พูดคุยกับ นางจิราภรณ์ แซ่จัน จัดหางานจังหวัดมหาสารคาม โดยได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า การระงับดังกล่าวเป็นการระงับเฉพาะการจัดส่งแรงงานภายใต้ วีซ่า E-8 ซึ่งเป็นการเดินทางไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาล มีระยะเวลาการจ้างงานประมาณ 8 เดือน เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการระงับวีซ่าในประเภทอื่น ๆ
ที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคามได้รับโอกาสจากกรมการจัดหางาน ให้ดำเนินการรับสมัครแรงงานเพื่อเดินทางไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาลในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีแรงงานจากจังหวัดมหาสารคามเดินทางไปแล้วประมาณ 18-19 คน จากจำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 100 กว่าคน แต่ภายหลังได้รับหนังสือแจ้งจากกรมการจัดหางานว่า มีแรงงานจากจังหวัดมหาสารคาม หลบหนีนายจ้างจำนวน 6 ราย โดยกรมได้ให้ทางสำนักงานไปติดต่อแจ้งญาติของแรงงานทั้ง 6 ราย ให้เดินทางกลับประเทศไทยภายในกำหนดวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 หากไม่เดินทางกลับ จะถือเป็นผู้พำนักผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ทันที
ผลจากกรณีดังกล่าว ส่งผลให้จังหวัดมหาสารคาม รวมถึงอีก 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ชัยภูมิ และ ขอนแก่น ถูกระงับสิทธิ์การจัดส่งแรงงานในโครงการวีซ่า E-8 ประจำปี 2569 ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจสมัครไปทำงานอย่างถูกต้องต้องสูญเสียโอกาส แม้หลายคนผ่านกระบวนการคัดเลือกมาแล้วก็ตาม
ส่วนตัวมองว่าประเทศไทยเสียโอกาส เนื่องจากว่าตอนที่รับสมัครก็มีคนสมัครกว่า 100 คน คนที่ได้ไปคือคนที่ได้รับการคัดเลือก เนื่องจากแรงงานที่ได้วีซ่า E-8 จะมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องผ่านการทดสอบภาษา แต่คนที่ได้ไปกลับหลบหนี ซึ่งก็ทำให้หลายคนเสียโอกาส การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองสิทธิแรงงาน ทั้งด้านค่าจ้าง สวัสดิการ และการรักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามและให้ความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ภัยธรรมชาติ ความไม่สงบ หรืออุบัติเหตุร้ายแรง
ในทางกลับกัน หากแรงงานเลือกเดินทางหรือพำนักแบบผิดกฎหมาย จะเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกงค่าแรง ขาดหลักประกันด้านสุขภาพ ถูกจับกุมและส่งกลับประเทศ รวมถึงอาจไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทันท่วงที เนื่องจากไม่มีข้อมูลในระบบ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม จึงขอฝากถึงแรงงานไทยทุกคนว่า การได้ไปทำงานต่างประเทศถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ให้ครอบครัว และพัฒนาความเป็นอยู่
Advertisement