
จากกรณีที่ครอบครัวของนายโยชน์ หรือ ลุงโยชน์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านบ้านสโนว์ ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อให้ ลุงโยชน์ วัย 58 ปี กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ หลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569 ขณะไปหาของป่าบริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยสำเริง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง ติดชายแดนไทย-กัมพูชา
ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันจากค พล.ตรีบุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ว่าถูกเขมรจับตัวไปจริง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อนำตัวลุงโยชน์กลับคืนสู่ประเทศไทย
ล่าสุดเวลา 15.40 น.ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ที่เคยเข้าป่าเพื่อหาของป่า บริเวณห้วยสำเริง ใกล้กับช่องเล็ง ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิงฯ โดยพบกับนางสุธาทิพย์ อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า การที่คนไทยเข้าไปหาของป่าข้ามไปจนถึงฝั่งเขมร ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเขมรลักลอบเข้ามาฝั่งไทยได้ เพราะฝั่งเขมรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ฝั่งเราไม่มีเดินข้ามไป เพราะคนที่เข้าป่าเป็นประจำจะรู้พื้นที่ดี ว่าจะไปถึงเขตไหน แต่ถ้าจะลงไปลึกๆคงไม่มีใครเข้าไป เป็นไปไม่ได้ เพราะเราจะหาของป่าตามพื้นที่ของเรา และก็เป็นไปได้ที่ฝั่งเขมรจะข้ามมาเพราะมึนอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ชาวบ้านหลายราย ที่อยู่ในพื้นที่ต่างเชื่อกันว่า ลุงโยชน์ ถูกทหารกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาจับอย่างแน่นอน เพราะนิสัยของทหารเขมรมักจะชอบลักลอบข้ามแดนมาเป็นประจำ เหมือนกับชาวกัมพูชาที่ชอบลักลอบข้ามแดนมาหางานทำ
Advertisement