Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สกร. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการ รมช.ศธ. เดินหน้าสำรวจหนังสือเรียน

สกร. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการ รมช.ศธ. เดินหน้าสำรวจหนังสือเรียน

2 พ.ค. 69
16:49 น.
แชร์

สกร. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการ รมช.ศธ. รับฟังทุกข้อห่วงใย เดินหน้าสำรวจหนังสือเรียนทั่วประเทศ แยก 2 หลักสูตร ตรวจสอบแหล่งซื้อ ราคา และผลการใช้จริง

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ชี้แจง กรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับหนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้ของหน่วยงานว่า กรมฯ รับฟังทุกข้อห่วงใยจากสังคมด้วยความเคารพ และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อประเด็นดังกล่าว ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อ การจัดหา การได้รับ และการใช้หนังสือเรียนของสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ของผู้เรียนและประชาชนเป็นสำคัญ

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า หนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่พลาดโอกาส ขาดโอกาส หรืออยู่นอกระบบโรงเรียน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และสามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาตนเอง อาชีพ ชุมชน และสังคมได้จริง

ทั้งนี้ จากข้อสั่งการของนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงหลักสูตร รวมถึงหนังสือเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว พร้อมแสวงหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะการให้ สกร. ดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ คือ ชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลการใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งใช้มาเป็นระยะเวลานาน ตั้งคณะกรรมการประเมินมาตรฐานหนังสือเรียนโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมเป็นกรรมการ และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เรียนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวเพิ่มเติมว่า สกร. ขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากสังคม โดยยืนยันว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะยึดหลักข้อเท็จจริง ไม่สรุปผลล่วงหน้า และใช้ข้อมูลจริง เอกสารหลักฐาน รวมถึงผลการใช้จริงจากพื้นที่เป็นฐานในการทบทวน ปรับปรุง และยกระดับระบบการจัดหาและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

สำหรับข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นั้น สกร. ขอเรียนชี้แจงว่า การใช้หลักสูตรดังกล่าวในบางส่วน มิใช่การยึดติดกับหลักสูตรเดิม หรือการใช้หลักสูตรเก่าแทนหลักสูตรใหม่ หากแต่เป็นการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อคุ้มครองสิทธิและความต่อเนื่องทางการศึกษาของผู้เรียนที่ได้ขึ้นทะเบียนหรืออยู่ระหว่างการเรียนตามหลักสูตรเดิม ให้สามารถสะสมผลการเรียน เทียบโอน วัดและประเมินผล และสำเร็จการศึกษาได้อย่างมีมาตรฐาน โดยไม่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนผ่านหลักสูตร เนื่องจากการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษา สกร. มีลักษณะการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามบริบทและความพร้อมของผู้เรียนเพราะ สกร.คำนึงถึงความจำเป็นนักศึกษาที่ไม่สามารถเรียนได้เต็มเวลาของหลักสูตร ที่สำคัญ สกร. ได้มีการประเมินหลักสูตร พ.ศ. 2551 อย่างเป็นระบบแล้ว โดยใช้รูปแบบการประเมินซิปโมเดล หรือ CIPP Model ครอบคลุมด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้จริง คุณภาพผู้เรียน และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรในระยะต่อไป ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวเป็นฐานสำคัญในการจัดทำหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ดังนั้น หลักสูตร 2551 จึงเป็นหลักสูตรฐานเดิมที่ต้องบริหารเพื่อคุ้มครองผู้เรียนเดิม ส่วนหลักสูตร 2567 คือหลักสูตรฐานใหม่ที่ใช้ขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในระยะต่อไป การดำเนินการทั้งสองส่วนจึงเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านอย่างมีระบบ มีข้อมูลรองรับ และไม่ทิ้งผู้เรียนไว้กลางทาง

สำหรับการสำรวจข้อมูลที่ได้ดำเนินการแล้วนั้น สถานศึกษาได้รายงานข้อมูลการซื้อหนังสือและสื่อการเรียนรู้ รายภาคเรียน วิชา ชื่อหนังสือ ราคาต่อเล่ม จำนวน และบริษัทที่ซื้อ รวมถึงวิธีการจัดซื้อ และประเภทงบประมาณ นอกจากยังได้แยก พิจารณา 2 หลักสูตร ได้แก่

1. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

2. หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567

การแยกข้อมูลดังกล่าว จะช่วยให้สามารถจำแนกข้อเท็จจริงระหว่างสื่อที่ใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรเดิม กับสื่อที่พัฒนาสำหรับหลักสูตรใหม่ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการสื่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน กรมฯ จะคำนึงถึงสิทธิ ความต่อเนื่อง และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนที่กำลังศึกษาในหลักสูตรเดิม ควบคู่กับการเร่งพัฒนาหนังสือเรียน สื่อดิจิทัล คลังสื่อการเรียนรู้ และเครื่องมือสนับสนุนครู ให้สอดคล้องกับหลักสูตร พ.ศ. 2567 ซึ่งมุ่งเน้นสมรรถนะผู้เรียน การเชื่อมโยงกับชีวิตจริง อาชีพ เทคโนโลยี และบริบทของสังคมปัจจุบัน

ในการชี้แจงประเด็นดังกล่าว กรมฯ เห็นว่าจำเป็นต้องอธิบายข้อเท็จจริงโดยยึดลำดับเวลาอย่างชัดเจนว่า หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นฐานหลักสูตรเดิมที่ยังต้องบริหารจัดการเพื่อคุ้มครองสิทธิและความต่อเนื่องทางการศึกษาของผู้เรียนเดิม แต่หนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบหลักสูตรดังกล่าวมิได้หยุดนิ่งอยู่ที่ปี 2551 หรือเป็นหนังสือชุดเดียวที่ไม่มีการดำเนินการเพิ่มเติม

จากข้อมูลใบอนุญาตให้ใช้หนังสือเรียน กศน. หลักสูตร 2551 ตลอดหลักสูตร พบว่า หนังสือเรียนรายวิชาบังคับมีปีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้หลายช่วงเวลา เช่น ปี 2555 ปี 2556 ปี 2563 ปี 2564 และปี 2565 ขณะที่หนังสือเรียนรายวิชาเลือกมีข้อมูลในหลายช่วงเวลาเช่นกัน เช่น ปี 2559 ปี 2563 ปี 2564 และปี 2565 สะท้อนให้เห็นว่า แม้หลักสูตร 2551 จะเป็นฐานหลักสูตรเดิม แต่หนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบหลักสูตรมีการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ตามช่วงเวลา มิใช่การใช้หนังสือชุดเดิมตั้งแต่ปี 2551 โดยไม่มีการดำเนินการใดเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในปี 2560 สำนักงาน กศน. ในขณะนั้น ได้มีหนังสือแจ้งสำนักพิมพ์เอกชนให้ทบทวนและแก้ไขข้อมูลในหนังสือเรียนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทย พระมหากษัตริย์ และสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สำนักพิมพ์ตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นปัจจุบันของเนื้อหาก่อนจัดพิมพ์จำหน่ายให้สถานศึกษา พร้อมกำหนดแนวทางการแก้ไขประกอบอย่างชัดเจน กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า หน่วยงานให้ความสำคัญกับความถูกต้องของเนื้อหา และมีการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเมื่อพบประเด็นที่ควรปรับให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงและบริบทของเวลา

ขณะเดียวกัน สำนักงาน กศน. ในขณะนั้น ยังได้ดำเนินการติดตามผลการใช้สื่อและศึกษาสภาพความต้องการในการใช้สื่อจากพื้นที่จริง โดยรายงานผลการศึกษาสภาพและความต้องการในการใช้สื่อเพื่อการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เอกสารวิชาการลำดับที่ 1/2564 ระบุว่า มีการเก็บข้อมูลจากสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีแบบสอบถามจากสถานศึกษาตอบกลับ 844 แห่ง และเมื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลแล้วใช้วิเคราะห์ได้ 431 แห่ง แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานเคยรับฟังข้อมูลจากผู้ใช้สื่อในพื้นที่จริง เพื่อประกอบการพัฒนาสื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม กรมฯ เห็นว่าการดำเนินงานในระยะต่อไปจำเป็นต้องยกระดับระบบกำกับดูแลหนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้ให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งพิจารณาความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร การอนุญาตให้ใช้หนังสือเรียน และการรับฟังผลการใช้สื่อจากสถานศึกษา ไปสู่การกำหนดแนวทางกลางเพิ่มเติมในด้านมาตรฐานราคา มาตรฐานรูปเล่ม คุณภาพการผลิต ความเหมาะสมของรูปแบบหนังสือ แหล่งจัดหา วิธีการจัดซื้อ และความคุ้มค่าต่อผู้เรียนและงบประมาณของรัฐ

Advertisement

แชร์
สกร. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการ รมช.ศธ. เดินหน้าสำรวจหนังสือเรียน