
วันที่ 30 เม.ย. 2569 ความคืบหน้าการรับตัวคนไทยจากประเทศกัมพูชากลับสู่ประเทศไทย ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บริเวณด่านชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานได้ร่วมบูรณาการเตรียมความพร้อม เพื่อรับตัวคนไทยจำนวน 635 คน ที่ทางการกัมพูชาส่งกลับมาอย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
พลตรีวรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักนิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นผลลัพธ์สำคัญของความร่วมมือระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งใช้กลไกการทูต การทหาร และความมั่นคงแบบบูรณาการ โดยมีทั้งกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การส่งตัวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
“วัตถุประสงค์หลักคือการฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน” พลตรีวรเวช กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ฐิติวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจตรวจ ภูธรภาค 2 กล่าวว่า หลังการรับตัว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการคัดกรองคนไทยทั้งหมดอย่างละเอียด โดยบูรณาการร่วมกับ “ทีมสหวิชาชีพ” ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อจำแนกว่าใครเป็น “เหยื่อ” ที่ถูกหลอกลวงไปทำงาน และใครเป็น “ผู้ที่มีเจตนา” เดินทางไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด สำหรับกระบวนการคัดกรอง มีการใช้แบบสอบถามมากกว่า 70 ข้อ ครอบคลุมพฤติการณ์การเดินทาง ลักษณะงานที่ทำ เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรูปแบบอาชญากรรมที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (สแกมเมอร์) และการค้ามนุษย์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ปรับปรุงแนวทางการคัดกรองให้ทันต่อสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
“หากเป็นเหยื่อจะได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือตามกระบวนการ แต่หากพบว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด” พล.ต.ต.ฐิติวัฒน์ กล่าว
เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร พบว่ามีบุคคลบางส่วนเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับคดีและมีหมายจับ โดยมีอย่างน้อย 1 รายที่มีหมายจับ และอีกหลายรายอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการแยกตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในขั้นตอนคัดกรอง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าคนไทยบางส่วนที่ถูกส่งกลับในครั้งนี้ อยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้ที่เคยพยายามเดินทางกลับมาก่อนหน้านี้แต่ไม่สามารถข้ามแดนได้ โดยตัวเลขคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในฝั่งกัมพูชายังคงมีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง และอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อทยอยส่งกลับในระยะต่อไป
เจ้าหน้าที่ยังฝากเตือนไปยังคนไทยที่อาจตกเป็นเหยื่อในต่างประเทศ ให้รีบประสานขอความช่วยเหลือผ่านสถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันย้ำว่าผู้ที่มีเจตนาเดินทางไปกระทำผิดกฎหมายในต่างประเทศ จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวด
Advertisement