
วันที่ 23 เม.ย. 69 จากกรณีดรามาสะเทือนใจคนรักสัตว์ เมื่อเจ้าของสุนัขล้มป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ (สโตรก) ทั้งพี่ทั้งน้อง จนต้องฝากสุนัขแสนรัก "น้องกะทิ" ไว้กับคนรู้จักชั่วคราว แต่พออาการดีขึ้นจะขอรับคืน กลับถูกเรียกเงิน 100,000 บาท อ้างเป็นค่าเลี้ยงดูและค่ารักษาพยาบาล พร้อมถูกตั้งคำถามถึงศักยภาพในการเลี้ยงดู จนกลายเป็นคดีความร้องทุกข์นั้น
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อ คุณแพร เจ้าของสุนัข ประสบภาวะวิกฤตทางสุขภาพ จึงได้ติดต่อฝาก "น้องกะทิ" สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนที่เลี้ยงมาเกือบ 10 ปี ไว้กับคนรู้จักในช่วงเดือน ก.ย. 2568 โดยมีการตกลงกันชัดเจนว่าเป็นการ "ฝากเลี้ยงชั่วคราว" ระหว่างรักษาตัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณแพรและน้องสาวอาการดีขึ้น ประสงค์จะรับลูกรักกลับคืน กลับถูกฝั่งผู้รับฝากบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งมีการเรียกเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการคืนสุนัข โดยอ้างว่าน้องกะทิมีโรคประจำตัว ต้องอยู่ห้องแอร์ตลอด 24 ชั่วโมง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากเมื่ออยู่กับผู้รับฝาก
ในแง่ของกฎหมาย ทนายพัฒน์ ได้ให้ความเห็นว่า สุนัขถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ เมื่อมีการฝากเลี้ยงและเจ้าของมาทวงคืน ผู้รับฝากมีหน้าที่ต้องส่งมอบคืนตามสิทธิ์ หากมีเจตนาไม่คืนอาจเข้าข่ายความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการเลี้ยงดู หากไม่มีการทำสัญญากันไว้แต่แรก ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุอ้างเพื่อยึดหน่วงตัวสุนัขไว้ได้
ล่าสุดความคืบหน้าเรื่องนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยประสานงาน โดยมีรายละเอียดการนัดหมายดังนี้ กำหนดการ วันที่ 23 เม.ย. 2569 เวลา 15.00 น. ที่สน.มีนบุรี
ทางฝั่งคุณแพรและครอบครัวยืนยันว่า แม้ตนเองจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเท่าคู่กรณี แต่ความผูกพันและการดูแลตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ความรักที่มีต่อ "น้องกะทิ" และพร้อมจะดูแลลูกรักตัวนี้ตามกำลังความสามารถอย่างดีที่สุด
ต้องติดตามกันต่อในช่วงบ่ายสามโมงวันนี้ว่า การส่งมอบตัวน้องกะทิจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยหรือไม่ และจะมีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากทางคู่กรณีอีกหรือไม่
Advertisement