
สถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้ออกประกาศ ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน โดยเริ่มปิดการท่องเที่ยวทันทีตั้งแต่เวลา 13.00 นาฬิกา ของวันที่ 21 เมษายน 2569
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ขณะนี้พบว่าเกิดไฟป่า ข้ามจุดแนวกันไฟที่เจ้าหน้าที่ได้ทำแนวกันไฟไว้บริเวณรอบพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ เกรงว่าไฟอาจลุกลามเข้าในพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯได้ และยังส่งผลให้เกิดกลุ่มควันในพื้นที่บริเวณน้ำตกเอราวัณด้วย ทางอุทยานแห่งชาติเอราวัณจึงตัดสินใจออกประกาศปิดการท่องเที่ยว และพักแรมในพื้นที่เป็นการชั่วคราวทันที
พร้อมกันนี้ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เข้าทำการดับไฟป่า ที่ลามข้ามแนวกันไฟเข้ามาใกล้เคียงที่ทำการอุทยาน โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่าลามเข้ามาในเขต ที่ทำการอุทยานฯได้ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากพบว่าสามารถดับไฟป่าและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ได้เรียบร้อย ก็จะกลับมาเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้ตามปกติต่อไป
ขณะเดียวกัน น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างใกล้ชิด หลังพบว่าในเขตพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรี เกิดไฟป่าขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่น PM 2.5 อย่างรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภูเขาตอง ใกล้เคียงโรงเรียนดรุณากาญจนบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดไฟป่า ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนที่มาเรียนซัมเมอร์ บริเวณโรงเรียนดรุณา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้ร่วมกันดับไฟป่าที่ลุกไหม้บนเขาตองลงได้เรียบร้อยแล้ว
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีการตรวจสอบสภาพปัญหาในพื้นที่จริง พร้อมวางแผนแนวทางแก้ไขผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัด พร้อมมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเร่งฟื้นฟูคุณภาพอากาศให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกันนี้ ได้มีการประสาน ฝูงบินฝนหลวงจาก จ.พิษณุโลก จำนวน 2 ลำ และจาก จ.นครสวรรค์ 2 ลำ เข้ามาทำฝนหลวงให้เต็มพื้นที่และต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของฝุ่นในอากาศ
Advertisement