
NASA เปิดภาพ ดวงจันทร์โดยมีโลกของเราอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งเป็นชุดภาพที่ถ่ายโดยนักบินอวกาศบนยานโอไรออน ในภารกิจอาร์เทมิส 2 ขณะบินผ่านเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ก่อนกลับโลก
โดย NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์ข้อมูลว่า นักบินอวกาศในภารกิจอาร์ทีมิส 2 บินผ่านเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ก่อนกลับโลก ทำลายสถิติมนุษย์เดินทางไกลโลกที่สุด
ยานโอไรออนในภารกิจอาร์ทีมิส 2 บินผ่านเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ด้านไกลโลกในช่วงเช้ามืด วันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2026 (ตามเวลาประเทศไทย) เป็นเวลาเกือบ 7 ชั่วโมง ทำให้เหล่านักบินอวกาศทั้ง 4 คนได้เห็นดวงจันทร์ในแบบที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน
นักบินอวกาศของยานอาร์ทีมิส 2 ยังได้สังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงจากห้วงอวกาศในเงามืดของดวงจันทร์ และสร้างสถิติด้านการบินอวกาศในฐานะมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกที่สุดในประวัติศาสตร์ ภารกิจอาร์ทีมิส 2 เป็นภารกิจอวกาศครั้งแรกที่พานักบินอวกาศออกไปนอกวงโคจรระดับต่ำรอบโลก (LEO) นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี ค.ศ. 1972
ยานโอไรออนเดินทางถึงห้วงอวกาศบริเวณใกล้ดวงจันทร์เมื่อวันที่ 6 เมษายน โดยเดินทางเข้าสู่ "เขตอิทธิพลของดวงจันทร์" (Lunar sphere of influence) ซึ่งเป็นบริเวณที่แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์มีมากกว่าแรงโน้มถ่วงของโลก (ทำให้แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อวิถียานมากกว่าแรงโน้มถ่วงโลก) ในเวลา 11:37 น. ตามเวลาประเทศไทย
ประมาณ 13 ชั่วโมงครึ่งต่อมา นักบินอวกาศทั้ง 4 คนได้ข้ามผ่านขีดจำกัดอีกขั้น โดยอยู่ห่างจากโลกมากกว่า 400,171 กิโลเมตร ซึ่งเดิมเป็นสถิติของภารกิจอะพอลโล 13 ที่ทำไว้เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1970
และยานโอไรออนยังคงเดินทางออกไปไกลเรื่อย ๆ อีกประมาณ 5 ชั่วโมง โดยไปถึงตำแหน่งใกล้พื้นผิวดวงจันทร์มากที่สุดในเที่ยวบินครั้งนี้ ที่ระดับความสูง 6,545 กิโลเมตร เหนือพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน เวลา 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) และไปถึงระยะห่างสูงสุดจากโลกที่ประมาณ 406,771 กิโลเมตร เวลา 06:02 น. ซึ่งเป็นระยะที่ไกลที่สุดของภารกิจนี้ และกลายมาเป็นตัวเลขสถิติใหม่ล่าสุดของมวลมนุษยชาติ
นอกจากนี้ นักบินอวกาศได้เสนอให้ตั้งชื่อหลุมอุกกาบาต 2 แห่งบนดวงจันทร์ หลุมแรกตั้งชื่อตามชื่อเล่นของยานโอไรออนในภารกิจครั้งนี้ ที่มีชื่อว่า "อินเทกริตี" (Integrity) และหลุมที่สองชื่อ "แครอล" (Carroll) เพื่อเป็นเกียรติแก่ แครอล เทเลอร์ ไวส์แมน (Carroll Taylor Wiseman) ภรรยาของรีด ไวส์แมน ผู้บัญชาการภารกิจอาร์ทีมิส 2 ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปี ค.ศ. 2020
การสังเกตการณ์ดวงจันทร์อย่างใกล้ชิด
ขั้นตอนปฏิบัติการเข้าใกล้ดวงจันทร์เริ่มต้นในวันที่ 7 เม.ย. เวลา 01:45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เมื่อยานโอไรออนอยู่ห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ประมาณ 17,220 กิโลเมตร และนักบินอวกาศสังเกตการณ์พื้นผิวดวงจันทร์เป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งปฏิบัติตามรายการตรวจสอบโดยละเอียดที่ทีมวิทยาศาสตร์ของภารกิจอาร์ทีมิส 2 ได้จัดทำขึ้น
การบินผ่านเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งนี้ เป็นโอกาสในการศึกษาวิจัยที่หาได้ยาก มนุษย์ไม่ได้เห็นดวงจันทร์อย่างใกล้ชิดในระดับนี้มานานกว่า 50 ปีแล้ว และวิถี Free-return trajectory ของภารกิจอาร์ทีมิส 2 ซึ่งบินผ่านอ้อมหลังเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ (ไม่ได้โคจรรอบดวงจันทร์) แล้วให้แรงเหวี่ยงของดวงจันทร์ส่งยานกลับมายังโลก ทำให้นักบินอวกาศเห็นพื้นผิวสีเทาที่มีหลุมอุกกาบาตอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น ดวงตาของมนุษย์สามารถแยกแยะความแตกต่างหลากหลายแม้เพียงเล็กน้อยของสีและลักษณะพื้นผิวได้ดีมาก ซึ่งอาจดีกว่ากล้องของยานสำรวจหุ่นยนต์ด้วย ดังนั้น นักบินอวกาศจึงมีโอกาสตรวจพบรายละเอียดต่างๆ ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาเรื่องธรณีวิทยาและวิวัฒนาการของดวงจันทร์ได้ดียิ่งขึ้น และช่วยวางแผนกำหนดพื้นที่เป้าหมายในภารกิจส่งนักบินอวกาศสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ในอนาคตได้
หนึ่งในพื้นที่เป้าหมายการสังเกตการณ์ที่สำคัญ คือ "ทะเลตะวันออก" (Mare Orientale) เป็น "ที่ราบจากการพุ่งชนแบบมีวงแหวนหลายชั้น" (Multi-ring impact crater) ขนาดความกว้าง 965 กิโลเมตร (วัดจากแนวสันรูปวงแหวนชั้นที่ 2) ที่อยู่คร่อมเส้นแบ่งระหว่างพื้นผิวดวงจันทร์ด้านใกล้โลกและด้านไกลโลก ก่อนภารกิจอาร์ทีมิส 2 มนุษย์ไม่เคยได้เห็นมันในพื้นผิวดวงจันทร์ด้านกลางวันที่ได้รับแสงอาทิตย์มากก่อน
ต่อมา ในเวลา 05:44 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ยานโอไรออนได้ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมภารกิจขณะที่ยานบินผ่านไปหลังดวงจันทร์ในมุมมองของโลก การขาดการติดต่อหรือการสูญเสียสัญญาณ (LOS : Loss of signal) เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว จึงไม่ได้ทำให้ทีมงานควบคุมภารกิจรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลใจมากนัก และสามารถกลับมาติดต่อกับศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินได้ตรงตามกำหนดในเวลา 06:24 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น จังหวะที่ยานโอไรออนบินผ่านจุดใกล้ที่สุดเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ ที่ระดับความสูง 6,545 กิโลเมตรเหนือพื้นผิว เมื่อเวลา 06:00 น. ที่ระยะห่างดังกล่าว ดวงจันทร์จะดูมีขนาดปรากฏประมาณลูกบาสเก็ตบอลที่ถือไว้โดยยืดแขนเหยียดห่างออกไปมากสุด และอีก 2 นาทีต่อมา ยานโอไรออนก็ไปถึงจุดห่างไกลที่สุดจากโลก ซึ่งเป็นสถิติระยะทางที่นักบินอวกาศอยู่ห่างจากโลกมากที่สุดในปัจจุบัน
การสังเกตการณ์สุริยุปราคาอย่างยาวนานในอวกาศ
หลังจากบินผ่านเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ไปได้ประมาณ 6 ชั่วโมง นักบินอวกาศได้สังเกตอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์คือ "สุริยุปราคาเต็มดวง" เริ่มต้นในเวลา 07:35 น. ของวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2026 (ตามเวลาประเทศไทย) เมื่อยานโอไรออนเคลื่อนผ่านเข้าไปในเงามืดของดวงจันทร์
สุริยุปราคาจากยานโอไรออนครั้งนี้แตกต่างจากสุริยุปราคาที่เราคุ้นเคยบนโลกมาก เพราะยานโอไรออนอยู่ใกล้ดวงจันทร์มากกว่าโลก ทำให้ขนาดปรากฏของดวงจันทร์ที่เห็นจากยานโอไรออนมีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นจากโลกมาก ดวงอาทิตย์จึงถูกดวงจันทร์บดบังนานกว่ามาก เป็นระยะเวลาประมาณ 53 นาที เทียบกับระยะเวลาที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงบนโลกที่นานที่สุด ประมาณ 7 นาทีครึ่ง ทั้งนี้ สุริยุปราคาจากยานโอไรออนครั้งนี้สามารถมองเห็นได้เฉพาะนักบินอวกาศในภารกิจอาร์ทีมิส 2 เท่านั้น และในช่วงเวลาดังกล่าว ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์-โลก ก็ไม่ได้เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงแบบตอนที่เกิดสุริยุปราคาที่สังเกตได้บนโลก
ปรากฏการณ์สุริยุปราคาช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาบรรยากาศชั้นนอกสุดที่บางเบาของดวงอาทิตย์ เรียกว่า "ชั้นโคโรนา" (Corona) โดยปกติแล้วจะถูกกลบด้วยแสงจากพื้นผิวดวงอาทิตย์ (บรรยากาศชั้นโฟโตสเฟียร์)
นักบินอวกาศยังรายงานว่าเห็น "แสงวาบจากการพุ่งชน" (Impact flash) ที่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตบนพื้นผิวดวงจันทร์อย่างน้อย 5 ครั้งบนพื้นผิวด้านมืด (ฝั่งกลางคืน) ของดวงจันทร์ และพวกเขายังมีโอกาสได้เห็นเหล่าดาวเคราะห์ (ดาวพุธ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดาวเสาร์) ในห้วงอวกาศด้วย
ข้อมูล : แปลและเรียบเรียง : พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
ภาพ : NASA
Advertisement