
(3 เม.ย. 2569) สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดพะเยายังคงอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างต่อเนื่อง หลายอำเภอและหลายตำบลยังคงพบจุดความร้อนเกิดขึ้นซ้ำ แม้ทางจังหวัดจะประกาศมาตรการเข้ม ห้ามเข้าป่าเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย แต่ยังไม่สามารถควบคุมการเกิดไฟป่าได้ทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องระดมกำลังอย่างเต็มที่ เร่งปฏิบัติงานแข่งกับเวลา ทั้งการเข้าดับไฟและจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พุ่งสูงถึง 152 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่า AQI แตะระดับ 278 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์อันตราย กระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
ล่าสุด จังหวัดพะเยาได้ประสานไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เพื่อขอรับการสนับสนุนการทำฝนหลวงเป็นการเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ลดปริมาณฝุ่นละออง และบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามในหลายพื้นที่ ซึ่งหน่วยปฏิบัติการจะพิจารณาดำเนินการตามสภาพอากาศและแผนงานอย่างใกล้ชิด
จากการสังเกตบริเวณจุดชมวิว พบว่าทัศนียภาพโดยรอบถูกปกคลุมด้วยหมอกควันอย่างหนาแน่น จนไม่สามารถมองเห็น กว๊านพะเยา ได้อย่างชัดเจนเหมือนในอดีต สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ขณะเดียวกัน จังหวัดพะเยาได้ประกาศพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่าครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ ได้แก่ เมืองพะเยา ดอกคำใต้ จุน เชียงคำ เชียงม่วน ปง แม่ใจ ภูซาง และภูกามยาว พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเน้น ห้ามเผา-ห้ามเข้าป่าเพิ่มการลาดตระเวน และเร่งควบคุมไฟในทุกจุดเสี่ยง
ทางจังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อน ส่งผลให้หมอกควันสะสมไม่สามารถระบายออกได้ง่าย ทำให้หลายพื้นที่ยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาทึบอย่างต่อเนื่อง
Advertisement