
เมื่อเวลา 23.11 น. (25 มี.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในพื้นที่เมืองพัทยา ภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดเตรียมปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ในวันนี้ (26 มี.ค. 2569) โดยมีปัจจัยจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
บรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันโดยเฉพาะแนวถนนสุขุมวิท พบประชาชนจำนวนมากเร่งนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาเติมน้ำมันก่อนปรับราคา ส่งผลให้หลายจุดเกิดความหนาแน่น รถต่อคิวยาวหลายกิโลเมตร บางสถานีบริการน้ำมันออกมาตรการจำกัดการเติม โดยรถยนต์เติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน ขณะที่รถจักรยานยนต์ยังสามารถเติมได้เต็มถัง
น.ส.กาญจนา เจ้าของร้านอาหารเปิดเผยว่า หลังทราบข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันได้รีบนำรถมาเติมทันที พร้อมยอมรับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ต้องยกเลิกแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ภาคใต้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และอยากให้ภาครัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระของประชาชน
ด้าน นายสิรภัทร อายุ 19 ปี ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ระบุว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อรายได้ เนื่องจากต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 1 - 1.5 ถัง จึงต้องรอดูท่าทีจากแพลตฟอร์มว่าจะมีการปรับอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับต้นทุนหรือไม่ พร้อมสะท้อนว่าหากรายได้ไม่เพิ่มอาจแบกรับภาระไม่ไหว เมื่อถามอยากบอกอะไรถึงรัฐบาล เจ้าตัวพูดทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า "รวยไม่ไหวแล้ว"
ขณะที่ นายหน่อย อายุ 51 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างกล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันจะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นทันที เนื่องจากอาชีพต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าโดยสาร ส่งผลให้รายได้เท่าเดิมแต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่พึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นหลัก ซึ่งต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
Advertisement