
จากสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ตอบโต้กลับอย่างหนัก จนส่งผลให้หลายประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะปัญหาพลังงานน้ำมัน รวมถึงประเทศไทย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. 69 สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย ณ จังหวัดสงขลา ออกประกาศแจ้งเตือนชาวมาเลเซียเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อเพลิงในภาคใต้ของไทย
โดยระบุว่า เรื่องการหยุดชะงักของการจ่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ส่งผลกระทบต่อยานพาหนะในภาคใต้ของประเทศไทย
ขอแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้เกิดการหยุดชะงักของการจ่ายน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนตัวและการดำเนินงานของยานพาหนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางทางบก ด้วยเหตุนี้ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย หรือผู้อยู่ระหว่างวางแผนจะเดินทางเข้าประเทศ โปรดวางแผนการเดินทางอย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงตรวจสอบให้แน่ใจว่ายานพาหนะมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ ตำแหน่งของสถานีบริการน้ำมันสำรองตลอดเส้นทางกการเดินทาง
นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบันอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่กงสุลที่หมายเลขโทรศัพท์: +66 81 990 1930
หมายเหตุ หากกำลังวางแผนเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสถานะของปั๊มน้ำมันในจังหวัดที่จะผ่าน ช่น สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ก่อนออกเดินทางเสมอ
ขณะที่ เว็บไซต์ เดอะมาเลเซียน รีเซิร์ฟ (The Malaysian Reserve) สื่อของมาเลเซียรายงานว่า วานนี้ (17 มี.ค. 69) มีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันมากมายใน จ.สตูล และที่เมืองหาดใหญ่ และอีกไม่กี่จุดที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียเวลานี้ไม่มีน้ำมัน หรือมีการใช้วิธีการปันส่วนโดยจำกัดการขาย หลังวิกฤตตะวันออกกลาง หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกเตหะรานสั่งปิดตามหลังปฎิบัติการ Epic Fury ของสหรัฐฯ และอิสราเอล
มีรถเป็นจำนวนมากขึ้นข้ามพรมแดนช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสร้างความวิตกว่าเจ้าหน้าที่ไทยอาจจะใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการจำกัดการจำหน่ายน้ำมันให้กับรถต่างชาติ
โดยหนึ่งในชาวแดนเสือเหลืองทำงานด้านบริการท่อเที่ยวอาศัยที่จ.สตูล อับดุล ฮาลิม ออธมาน (Abdul Halim Othman) แสดงความเห็นกับสื่อ Utusan Malaysia ว่า มีปั้มน้ำมันเป็นจำนวนมากจำกัดการขายน้ำมันให้แค่ 500 บาท (60 ริงกิตมาเลเซีย)ต่อคันเท่านั้น
“สำหรับรถมอเตอร์ไซค์สามารถเติมได้แค่ 50 บาท( 6 ริงกิตมาเลเซีย)ต่อคัน ทำให้นักขับควรมั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพอตลอดการเดินทาง”
และเสริมต่อว่า “หากพวกเขาวางแผนขับไปไกลถึง 300 กิโลเมตร เช่น กระบี่ หรือ ภูเก็ต ห่างจากพรมแดนมาเลเซีย บรรดานักขับแดนเสือเหลืองสมควรรีบเติมหลังใช้ไปแล้วราว 3 ใน 4 ของถังและอย่ารอจนกว่าเกือบหมดถังเพราะพวกเราไม่รู้ว่าอาจอะไรขึ้นบ้าง”
นอกจากนี้อับดุล ฮาลิมยังแนะนำว่า นักท่องเที่ยวแดนเสือเหลืองที่ยังไม่ได้จองสมควรต้องเลื่อนแผนการเดินทางออกไป โดยแสดงความเห็นว่า การเลื่อนการเดินทางอาจสามารถลดความเสี่ยงต่อการพบกับความยากลำบากในการซื้อน้ำมันหากว่าเกิดปัญหาการติดขัดในบางพื้นที่
เดอะมาเลเซียน รีเซิร์ฟ รายงานว่า ขณะเดียวกันคนขับรถตู้ให้นักท่องเที่ยวชาวไทย ฮาฟิส(Hafis) ยอมรับว่า มีปัญหาในการต้องซื้อน้ำมันและชี้ว่ามีการจำกัดการขายน้ำมันให้นักขับ การแห่เติมน้ำมันส่งผลทำให้มีปั้มน้ำมันเป็นจำนวนมากจำกัดการขาย และมีสถานีจำหน่ายน้ำมันบางส่วนน้ำมันแห้งปั้มและต้องปิดการให้บริการชั่วคราว
ประธานนายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาล ไทยอาเซียน อัยดา อูเจ๊ะ( Aida Oujeh) แสดงความเห็นว่า ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงและการขาดแคลนน้ำมันส่งผลกระทบต่อการเข้ามาของนักท่องเที่ยวในไทย
และเปิดเผยว่า การจองโรงแรมของนักท่องเที่ยวมาเลเซียในช่วงเทศกาลอีฎิลฟิตริมีแค่ 40% เท่านั้น ทั้งนี้ตามปกติในช่วงเทศกาลวันหยุด โรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วไทย โดยเฉพาะที่หาดใหญ่มักถูกจองจนเต็ม
Advertisement