
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหลังเกิดเหตุหมู่3 ตำบลมารวิชัย อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบนายนพดล มงคลไทย อายุ 61 ปี ผู้เสียหายพาดูจุดเกิดเหตุบริเวณห้องนอนชั้นบน พบประตูด้านหลังถูกงัดแงะ และมีร่องรอยลากตู้เซฟจนพื้นเป็นทางยาว
เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายใช้วิธีลากตู้เซฟ ออกจากห้องก่อนยกโยนลงมาชั้นล่าง เพื่องัดเอาทรัพย์สินด้านใน โดยพบตู้เซฟถูกทิ้งไว้ข้างต้นมะม่วงภายในบ้าน
ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุเกิดช่วงวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะตนและครอบครัวออกไปงานบวช ใกล้บ้านกลับมาถึงช่วงประมาณ 4 ทุ่ม พบความผิดปกติเมื่อเข้าไปตรวจสอบถึงกับช็อกเพราะตู้เซฟที่เก็บทองและเงินหายไป
ทรัพย์สินที่ถูกขโมยเป็นทองรูปพรรณหลายรายการ ได้แก่สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 2 เส้น,สร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท 1 เส้น,สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น รวมถึงแหวนต่างหูจี้ทอง และกรอบพระน้ำหนักรวมประมาณ 1 บาท รวมทองคำทั้งสิ้นประมาณ 17 บาท พร้อมเงินสดอีก 130,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต
นายนพดลกล่าว ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เริ่มเก็บทองตั้งแต่ราคาบาทละ 4,500 บาท หวังใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่ไม่คิดว่าจะมาถูกขโมยไปหมดในครั้งเดียว พร้อมยอมรับว่าตู้เซฟที่คิดว่าปลอดภัย กลับกลายเป็นการรวมทรัพย์สินไว้ให้คนร้ายเอาไปได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า2คน เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักมากกว่า 6 0กิโลกรัม ต้องใช้กำลังช่วยกันยกออกจากห้องนอน และโยนลงมาชั้นล่าง อีกทั้งคาดว่าคนร้ายอาจรู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเป็นอย่างดี จึงลงมือก่อเหตุในช่วงที่ไม่มีใครอยู่
เบื้องต้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.มารวิชัยแล้ว โดยหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และนำทรัพย์สินกลับคืนมา
Advertisement