
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง เข้าช่วยเหลือ ผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 74 ปีอย่างเร่งด่วน หลังจากที่ทางศูนย์ ACSC พบการพยายามทำธุรกรรมที่ผิดปกติ
สืบเนื่องจาก วานนี้ (13 มี.ค. 2569) เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งประสานมายังศูนย์ ACSC ว่ามีลูกค้าเป็นหญิง วัย 74 ปีเดินทางมายังเคาน์เตอร์ธนาคาร เพื่อขอถอนเงินสดจากบัญชีตนเอง จำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบพบว่า เมื่อวานที่ 12 มี.ค. 2569 ลูกค้าคนดังกล่าวเพิ่งจะมาขอปรับเปลี่ยนบัญชีตนเองจากประเภทฝากประจำมาเป็นบัญชีประเภทออมทรัพย์ และจะทำการถอนเงินออกจากบัญชีด้วยจำนวนที่มากถึง 5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ธนาคารเห็นความผิดปกติ จึงปฏิเสธดำเนินการดังกล่าว กระทั่งวันนี้ ลูกค้าคนเดิมมาที่ธนาคารอีกครั้ง และขอถอนเงินจำนวน 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ธนาคารจึงรีบแจ้งมายังศูนย์ ACSC ซึ่งได้ประสานต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบ และระงับการดำเนินการดังกล่าวเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงพบผู้เสียหายกำลังพยายามถอนเงินอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารฯ และกำลังคุยโทรศัพท์กับบุคคลปลายสาย ในลักษณะนัดแนะจะนำเงินไปให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบแสดงตน พร้อมบัตรตำรวจและรีบเตือนให้ผู้เสียหายทราบว่าน่าจะกำลังคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขอให้วางหู และสอบถามข้อเท็จจริง ทำให้ทราบว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 มีบุคคลโทรศัพท์หาผู้เสียหาย อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จ.ลําปาง แจ้งว่าบัญชีของผู้เสียหายรายนี้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และยังพบว่าบัญชีนี้มีการรับโอนเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดทุกๆเดือน ให้ผู้เสียหายเดินทางไปยัง สภ.เขลางค์นคร จ.ลําปาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่(ปลอม)ตรวจสอบเงินในบัญชี มิหนำซ้ำยังอ้างว่าหากไม่สะดวกเดินทางไปด้วยตนเอง สามารถถอนเงินสดทั้งบัญชีออกมา โดยจะส่งผู้กองชาติไปรับเงินจำนวนดังกล่าวด้วยตนเอง ที่สำคัญผู้เสียหายห้ามบอกเล่าเรื่องนี้แก่ผู้อื่นเด็ดขาด อ้างเป็นความลับทางราชการ ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแก่ครอบครัวและคนรู้จัก พร้อมกับดำเนินการเองทั้งหมด
ภายหลังจากทราบเรื่องทั้งหมด เจ้าหน้าตำรวจ สภ.พระประแดง จึงรีบประสานไปยังหลานชายของผู้เสียหายทันที เพื่อให้เดินทางมารับตัวผู้เสียหาย ขณะที่ญาติผู้เสียหายได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ธนาคารท่ี่ยุติการถอนเงินและช่วยเหลือคุณยายไม่ให้ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไป
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้สูงอายุ ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนให้ประชาชนระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ, ดีเอสไอ หรือ ปปง. โดยใช้จิตวิทยาข่มขู่สร้างเรื่องเท็จว่าคุณพัวพันกับคดีฟอกเงิน คดียาเสพติด หรืออาชญากรรมร้ายแรง เพื่อกดดันให้เกิดความหวาดกลัวจนยอมโอนเงิน หรือยอมถอนเงินก่อนนำเงินไปมอบให้กลุ่มมิจฉาชีพ โดยใช้ข้ออ้างว่าเป็นการตรวจสอบความบริสุทธิ์ จึงขอเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วย จะไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งข้อกล่าวหากับคุณโดยตรง, ไม่มีการส่งบัตรเจ้าหน้าที่ หรือเอกสารราชการ รวมทั้งหมายเรียกและหมายจับผ่านทางไลน์เด็ดขาด และไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบปากคำ ข่มขู่ให้ทำ หรือควบคุมการปฏิบัติของคุณในทุกกรณี
ที่สำคัญที่สุด จะไม่มีการให้โอนเงิน หรือทำการถอนเงินเพื่อนำไปมอบให้ เพื่อเป็นการตรวจสอบหรือแสดงความบริสุทธ์ใจเป็นอันขาด ดังนั้นหากพบพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าว "ห้ามคุย ห้ามแอดไลน์ ห้ามโอนเงิน" และขอให้รีบวางสายทันที พร้อมแจ้งเหตุที่สายด่วน AOC 1441 เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมทันที
Advertisement