
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 มีนาคม 2569 พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำใน พื้นที่จังหวัดจันทบุรี หมู่ 8 ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี พบสวนทุเรียน ของนายวสันต์ สิงขรณ์ อายุ 60 ปี ซึ่งปลูกทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองและพวงมณี จำนวน 4 แปลง ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดผ่านในช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. โดยมีลมกระโชกแรงนานกว่า 10 นาที ก่อนจะมีฝนตกตามมา
ทำให้ผลทุเรียนร่วงหล่น ซึ่งมีขนาดผลประมาณ 1–2 กิโลกรัม กระจายอยู่ทั่วสวน รวมแล้วกว่า 5,000–6,000 ลูก น้ำหนักรวมมากกว่า 5 ตัน โดยทุเรียนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาเนื้อผล และเดิมมีกำหนดตัดจำหน่ายในช่วงต้นฤดูกาลประมาณวันที่ 10 เมษายนนี้
นายวสันต์ ระบุว่า หากผลทุเรียนเหล่านี้สามารถเติบโตจนถึงระยะเก็บเกี่ยว จะมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 3–5 กิโลกรัมต่อผล คาดว่าปริมาณผลผลิตที่สูญเสียไปครั้งนี้อาจสูงถึง 10 ตัน เมื่อเทียบกับราคาทุเรียนช่วงเปิดฤดูกาลปีที่ผ่านมา ที่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 150 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลทุเรียนอ่อนบางส่วนมีเอกชนติดต่อรับซื้อเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ในราคากิโลกรัมละประมาณ 4 บาท ทำให้สามารถสร้างรายได้กลับคืนมาเพียงประมาณ 10,000 บาท ขณะที่ผลทุเรียนที่เหลือได้มอบให้ชุมชนเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม นายวสันต์ ระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำสวนมา นอกจากต้องผจญกับภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้แล้ว ยังต้องมาวิตกกับสถานการณ์ สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กำลังตึงเครียด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ และการขนส่งผลไม้สดไปยังต่างประเทศ จนอาจฉุดให้ราคาผลผลิตตกต่ำลง
จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการรับมือและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนล็อตใหญ่ จะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงต้น เม.ย.นี้
Advertisement